thansettakij
thansettakij
นินเทนโดเล็งขยายธุรกิจ IP เพิ่มช่องทางสร้างรายได้หลังยอดขายคอนโซลเกมฟุบ

นินเทนโดเล็งขยายธุรกิจ IP เพิ่มช่องทางสร้างรายได้หลังยอดขายคอนโซลเกมฟุบ

01 ส.ค. 59 | 05:00 น.
หลังประสบความสำเร็จกับเกมฮิต โปเกมอน โก นินเทนโดเตรียมอาศัยกลยุทธ์ของดิสนีย์ วางเป้าหมายที่จะนำตัวละครจากเกมยอดนิยมของตนเอง อาทิ ซูเปอร์มาริโอ มาทำการตลาดเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ผ่านมานินเทนโดพยายามจำกัดการใช้คอนเทนต์เกมของตนเองให้อยู่แต่ภายในระบบวิดีโอเกมของตนเองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโมบายเกม โปเกมอน โก ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยนินเทนโด ร่วมกับโปเกมอน คอมพานี และไนแอนติก อาจเป็นการส่งสัญญาณว่านินเทนโดพร้อมที่จะปล่อยตัวละครในเกมของตนเองออกไปสู่แพลตฟอร์มที่กว้างขึ้น

"เวลานี้เรากำลังขยายช่องทางการนำทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของนินเทนโดไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในหลากหลายส่วน นอกเหนือจากเดิมที่เราใช้กับธุรกิจวิดีโอเกมของเราเป็นหลัก" นายทัตสึมิ คิมิชิม่า ประธานบริษัทนินเทนโด กล่าวในแถลงการณ์แก่นักลงทุน

นักวิเคราะห์เชื่อว่า กลยุทธ์ดังกล่าวของนินเทนโดมีศักยภาพที่จะเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญให้กับบริษัท "เราเชื่อว่ามูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญาของนินเทนโดมีมหาศาล และท้ายที่สุดจะถูกนำออกมาใช้ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า" นายอาตุล โกยาล นักวิเคราะห์จากเจฟเฟอรีส์ ให้ความเห็น

ผู้บริหารบริษัทของเล่นญี่ปุ่นรายหนึ่งกล่าวว่า ที่ผ่านมานินเทนโดไม่ค่อยเปิดกว้างกับการขายลิขสิทธิ์ตัวละครให้กับบริษัทอื่นๆ และทำข้อตกลงกับเจ้าของสินค้าเพียงไม่กี่รายเท่านั้น แต่ปัจจุบันแนวทางการดำเนินธุรกิจในส่วนนี้ค่อยๆ เปลี่ยนไป หลังจากนินเทนโดแสดงความตั้งใจอย่างชัดเจนว่าจะเน้นธุรกิจทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น

นายชิเกรุ มิยาโมโตะ ผู้สร้างตัวละครชื่อดังของนินเทนโดอย่าง ซูเปอร์ มาริโอ กล่าวไว้ว่า ในเวลานี้นินเทนโดมีความต้องการที่จะเปิดกว้างตัวละครจากเกมต่างๆ ออกไปนอกเหนือจากระบบคอนโซลเกม ไปสู่การทำข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์ที่สามารถสร้างรายได้ให้บริษัท

"โครงการเหล่านี้จะต้องใช้เวลาเพื่อให้เกิดผล แต่มันเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง" นายมิยาโมโตะกล่าวในการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทเมื่อเดือนก่อน พร้อมกับเสริมว่า นินเทนโดได้เริ่มทำข้อตกลงลิขสิทธิ์ตัวละครต่างๆ ให้กับสวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ และเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์ของนินเทนโดเอง

ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งสิ้นสุดเมื่อปลายเดือนมีนาคม นินเทนโดมีรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ตัวละครเพียง 5.7 พันล้านเยน (ประมาณ 54.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณ 1% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัทเท่านั้น นับว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่อย่างวอลท์ ดิสนีย์ ที่สร้างรายได้จากตัวละคร อาทิ มิคกี้เมาส์ ทอยสตอรี วินนี่ เดอะ พูห์ และล่าสุดสตาร์วอร์สได้ 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 9% ของรายได้ทั้งหมด และเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุดของดิสนีย์

ขณะเดียวกัน นินเทนโดรายงานผลประกอบการในไตรมาสแรกของปีงบประมาณปัจจุบัน หรือในช่วงระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ขาดทุน 3.9 หมื่นล้านเยน ด้วยรายได้ที่ลดลง 31% เหลือ 6.2 หมื่นล้านเยน จากยอดขายที่น่าผิดหวังของเครื่องเล่นวิดีโอเกมวียู (Wii U) นินเทนโดกล่าวว่าบริษัทสูญเสียรายได้ไป 3.5 หมื่นล้านเยนจากลผกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น

นินเทนโดทำยอดขายวียูได้เพียง 220,000 เครื่องในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา และทำยอดขายนับตั้งแต่เริ่มนำออกวางตลาดเมื่อเกือบ 4 ปีก่อนได้เพียง 13 ล้านเครื่อง ผิดกับเครื่องเล่นวีรุ่นก่อนที่นินเทนโดทำยอดขายไปได้เกินกว่า 100 ล้านเครื่อง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,179
วันที่ 31 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • World