
FSA ญี่ปุ่นจับตาแบงก์ใหญ่ลงทุนต่างแดน หวั่นวิกฤตโลกฉุดเสถียรภาพการเงิน
FSA ญี่ปุ่นเตรียมเพิ่มการติดตามธุรกิจต่างประเทศของสถาบันการเงินรายใหญ่ หลังธนาคารญี่ปุ่นเดินหน้าลงทุน-ซื้อกิจการในต่างแดน หวั่นความเสี่ยงจากตลาดโลกกระทบเสถียรภาพระบบการเงินในประเทศ
KEY
POINTS
- FSA ญี่ปุ่นเตรียมยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจในต่างประเทศของธนาคารขนาดใหญ่ เนื่องจากกังวลว่าความผันผวนของตลาดโลกอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินในประเทศ
- การเคลื่อนไหวนี้เป็นผลมาจากการที่ธนาคารญี่ปุ่นขยายการลงทุนและเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อหาการเติบโต
- มาตรการกำกับดูแลจะรวมถึงการประเมินความเสี่ยงภายใต้สถานการณ์จำลองวิกฤตเศรษฐกิจโลก และการตรวจสอบระบบธรรมาภิบาลของธนาคาร
- FSA จะทำงานร่วมกับธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และหน่วยงานกำกับดูแลของต่างประเทศเพื่อติดตามความเสี่ยงข้ามพรมแดนอย่างครอบคลุม
FSA ญี่ปุ่นเตรียมยกระดับกำกับธุรกิจต่างประเทศของธนาคารรายใหญ่ หลังเดินหน้าลงทุนและซื้อกิจการในต่างแดน หวั่นความผันผวนตลาดโลกหรือการขาดทุนครั้งใหญ่ส่งผลกระทบกลับมายังเสถียรภาพระบบการเงินญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นผวาแบงก์ใหญ่รุกต่างแดน หวั่นขาดทุนลามกระทบระบบการเงิน
สำนักงานกำกับดูแลบริการทางการเงินของญี่ปุ่น (FSA) เตรียมเพิ่มการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานในต่างประเทศของสถาบันการเงินรายใหญ่ หลังธนาคารขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นขยายการลงทุนและทำธุรกิจในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่า หากเกิดความเสียหายหรือขาดทุนรุนแรงจากธุรกิจต่างแดน อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงินญี่ปุ่น รวมถึงบริการทางการเงินภายในประเทศ
แนวทางดังกล่าวปรากฏอยู่ในร่างนโยบายการบริหารงานด้านการเงินประจำปี ซึ่ง FSA เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 โดยมุ่งยกระดับการติดตามความเสี่ยงจากธุรกิจในต่างประเทศของกลุ่มสถาบันการเงินขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น
ขยายธุรกิจต่างแดน เพิ่มโจทย์กำกับความเสี่ยง
แหล่งข่าวระบุว่า การขยายธุรกิจในต่างประเทศของธนาคารญี่ปุ่นทำให้ FSA เผชิญความท้าทายในการติดตามภาพรวมการดำเนินงานของกลุ่มสถาบันการเงินมากขึ้น เนื่องจากกิจกรรมทางธุรกิจมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับตลาดการเงินหลายประเทศ
FSA จึงเตรียมเพิ่มการตรวจสอบความเสี่ยงที่เกิดจากการดำเนินงานในต่างประเทศ โดยจะวิเคราะห์ว่าธุรกิจเหล่านี้อาจส่งผลต่อการบริหารจัดการของกลุ่มสถาบันการเงินอย่างไร หากเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดหรือความผันผวนรุนแรงในตลาดโลก
หนึ่งในประเด็นที่ FSA ให้ความสำคัญ คือ การประเมินผลกระทบภายใต้สถานการณ์จำลองที่ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญความปั่นป่วนอย่างหนัก เช่น วิกฤตการเงินโลกปี 2551 รวมถึงกรณีที่เศรษฐกิจโลกหรือเศรษฐกิจของประเทศที่ธนาคารเข้าไปลงทุนเกิดการชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว
ตรวจธรรมาภิบาล-บริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องธุรกิจ
นอกจากการประเมินความเสี่ยงจากภายนอกประเทศแล้ว FSA ยังเตรียมตรวจสอบระบบธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงินว่า มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายธุรกิจในต่างประเทศหรือไม่
การกำกับดูแลจะดำเนินการควบคู่กับการประสานงานระหว่าง FSA ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศต่าง ๆ เพื่อให้สามารถติดตามความเสี่ยงของกลุ่มธนาคารญี่ปุ่นที่มีการดำเนินงานข้ามพรมแดนได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น
แบงก์ญี่ปุ่นเดินหน้าซื้อกิจการต่างประเทศ
ที่ผ่านมา ธนาคารขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นมีความเคลื่อนไหวด้านการควบรวมกิจการและการเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานธุรกิจและสร้างการเติบโตในตลาดต่างประเทศ
หนึ่งในดีลสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เมื่อ Mitsubishi UFJ Financial Group Inc. (MUFG) เข้าลงทุนประมาณ 6.8 แสนล้านเยน หรือราว 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในบริษัทสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคารรายใหญ่ของอินเดีย
การขยายการลงทุนในลักษณะดังกล่าวทำให้หน่วยงานกำกับดูแลญี่ปุ่นจำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงในระดับกลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดต่างประเทศและผลกระทบที่อาจส่งผ่านกลับมายังธุรกิจธนาคารในประเทศ







