
เปิดเกณฑ์สหรัฐฯ ไทยถูกเก็บภาษี 12.5% ไม่เข้ากลุ่มอัตรา 10%
สหรัฐฯ กำหนดให้ไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม 12.5% ภายใต้มาตรา 301 จากประเด็นแรงงานบังคับ โดยไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับอัตรา 10% ตามเกณฑ์ที่กำหนด
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ ใช้มาตรา 301 เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากไทย โดยให้เหตุผลว่ามาตรการป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับยังไม่เพียงพอ
- ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "เขตเศรษฐกิจอื่นทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การสอบสวน" ทำให้ต้องเสียภาษีในอัตรา 12.5%
- ไทยไม่เข้าเกณฑ์ที่จะเสียภาษีในอัตรา 10% ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีมาตรการป้องกันสินค้าจากแรงงานบังคับอยู่แล้ว หรือให้คำมั่นว่าจะดำเนินการปรับปรุง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในบันทึกคำสั่ง (Presidential Memorandum) ให้สหรัฐดำเนินมาตรการภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้า ปี 1974 ด้วยการจัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจาก 60 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงประเทศไทย หลังเห็นว่าการดำเนินการ นโยบาย หรือแนวปฏิบัติของแต่ละประเทศเกี่ยวกับการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับยังไม่เพียงพอ และเป็นภาระหรือข้อจำกัดต่อการค้าของสหรัฐ
คำสั่งดังกล่าวกำหนดอัตราภาษีไว้ 3 รูปแบบ ได้แก่
จากเอกสาร Presidential Memorandum ระบุว่า 10% สำหรับประเทศที่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอยู่แล้วแต่ยังบังคับใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือให้คำมั่นว่าจะดำเนินการผ่านความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade) หรือมีมาตรการบางส่วนที่ป้องกันการนำเข้าสินค้าดังกล่าว ได้แก่ อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา แคนาดา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน ศรีลังกา สหราชอาณาจักร และตรินิแดดและโตเบโก
อัตรา 10% หรือ 12.5% หลังหักอัตราภาษี MFN สำหรับสินค้าบางรายการจากสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ และไต้หวัน เพื่อให้สอดคล้องกับความตกลงการค้าระหว่างกัน
12.5% สำหรับเขตเศรษฐกิจอื่นทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การสอบสวน ซึ่งรวมถึงประเทศไทย
ไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศที่ได้รับอัตรา 10%
จากคำสั่งดังกล่าว ไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศที่ได้รับอัตรา 10% และไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ใช้อัตราภาษีแบบคำนวณร่วมกับอัตรา MFN ส่งผลให้สินค้าจากไทยถูกจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตรา 12.5% ตามกลุ่ม "เขตเศรษฐกิจอื่นทั้งหมดที่ถูกสอบสวน"
นอกจากนี้ คำสั่งยังระบุให้ยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น วัตถุดิบที่อาจทำให้เกิดการขาดแคลนอุปทานในสหรัฐ สินค้าที่อาจสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม สินค้าที่สหรัฐไม่สามารถผลิตหรือจัดหาได้เพียงพอ รวมถึงสินค้าบางรายการจากประเทศที่ให้คำมั่นจะยกระดับมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ เพื่อสนับสนุนให้ประเทศเหล่านั้นปฏิบัติตามพันธกรณีที่ให้ไว้
สหรัฐยังเตรียมจัดตั้งระบบ โควตาภาษีศุลกากร
ขณะเดียวกัน สหรัฐยังเตรียมจัดตั้งระบบ โควตาภาษีศุลกากร (Tariff-Rate Quotas: TRQs) สำหรับสินค้าเสื้อผ้าและสิ่งทอบางประเภทจากบังกลาเทศ กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เพื่อจูงใจให้ประเทศเหล่านี้นำเข้าฝ้ายและสิ่งทอจากสหรัฐมากขึ้น ลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากแหล่งที่มีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ โดยระหว่างที่ระบบดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ สินค้าจากทั้ง 4 ประเทศจะยังถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา 10% ตามมาตรา 301 ต่อไป
ในบันทึกคำสั่ง ประธานาธิบดีสหรัฐระบุว่า หลังพิจารณาข้อมูล ผลการสอบสวน ความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และคำแนะนำของผู้แทนการค้าสหรัฐแล้ว เห็นว่ามาตรการภาษีดังกล่าวเป็นแนวทางที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุดในการผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ ยุติการดำเนินการหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ ซึ่งสหรัฐเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการค้าและสามารถดำเนินมาตรการตอบโต้ได้ภายใต้มาตรา 301






