
สหรัฐฯ ขึ้นภาษีไทย 12.5% พาณิชย์เร่งออกมาตรช่วยผู้ส่งออก
สหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีไทย 12.5% ตามมาตรา 301 แต่ยกเว้นสินค้าส่งออกกว่า 2,120 รายการ พาณิชย์มั่นใจไทยยังแข่งขันได้ พร้อมเร่งปิดดีล ART และออกมาตรการช่วยผู้ส่งออก
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทย 12.5% ภายใต้มาตรา 301 แต่ยังคงยกเว้นภาษีให้สินค้าส่งออกสำคัญกว่า 2,120 รายการ
- กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งเจรจากับสหรัฐฯ และพยายามสรุปข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) เพื่อหาข้อยุติที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
- รัฐบาลเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การสนับสนุนด้านภาษี และการลดต้นทุนโลจิสติกส์
- มีการเร่งหาตลาดส่งออกใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงทางการค้าและลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ในระยะยาว
กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หลังประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทย 12.5% ภายใต้มาตรา 301 โดยยืนยันสินค้าส่งออกสำคัญของไทยกว่า 2,120 รายการยังได้รับการยกเว้นภาษี พร้อมเร่งสรุปข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) และเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพื่อรักษาขีดความสามารถการแข่งขันและลดผลกระทบต่อภาคส่งออกในระยะยาว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการหารือกับสหรัฐฯ เปิดเผยถึง กรณีที่สหรัฐฯประกาศใช้อัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 เก็บภาษีนำเข้า 12.5% กับประเทศคู่ค้ากว่า 37 ประเทศ รวมถึงไทยด้วย
อย่างไรก็ตามยังสินค้าที่ไทยได้รับการยกเว้นไม่ถูกเรียกภาษี 12.5% มีประมาณ 2,120 รายการ หรือเกินกว่าครึ่งของมูลค่าส่งออกไทยไปสหรัฐฯ เช่น วงจรรวม หน่วยเก็บข้อมูล (HDD) ชิ้นส่วนอากาศยาน ยางธรรมชาติ ยางแผ่น/แท่ง แป้งมันสำปะหลัง สับปะรดสดและแปรรูป ผลไม้สดและแห้ง มะพร้าวสดและน้ำมะพร้าว น้ำตาลจากอ้อย โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 24 ก.ค. 69 (เวลาสหรัฐฯ)
ทั้งนี้ ได้มีการเร่งหารือกับสหรัฐฯ เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและต้องเป็นความตกลงที่สร้างผลประโยชน์อย่างสมดุล ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาวะของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ ประโยชน์สาธารณะ และความสามารถในการกำหนดนโยบายของรัฐบาลในด้านต่างๆ เพื่อการบริหารประเทศได้อย่างเหมาะสม
เร่งหารือสหรัฐเคาะบทสรุป ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน
ด้าน ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดการบังคับใช้มาตรการภาษีภายใต้มาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างต่อ 16 ประเทศรวมถึงประเทศไทย ที่สหรัฐยังไม่ได้ประกาศผลการไต่สวนและอัตราภาษีที่จะเก็บเพิ่ม
ขณะเดียวกันกระทรวงฯกำลังเร่งหารือกับสหรัฐเพื่อสรุป ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade: ART) ที่จะได้ประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองฝ่ายทำให้กระบวนการหารือของไทยอาจจะต้องใช้เวลาหารือกับสหรัฐมากกว่าบางประเทศในภูมิภาค
เนื่องจากไทยมีประเด็นอ่อนไหวและข้อจำกัดด้านกฎหมายภายในบางประการที่ไม่สามารถผ่อนปรนได้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัยของคนในประเทศ ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องภายในประเทศ อาทิ เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ซึ่งการกำหนดท่าทีของไทยจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ โดยคำนึงถึงทั้งการลดผลกระทบระยะสั้นและเสริมความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว
นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ยังได้ดำเนินการคู่ขนาน ทั้งในด้านการเตรียมมาตรการเสริมสร้างขีดความสามารถและรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ
โดยเฉพาะผู้ประกอบการและภาคส่วนที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง อาทิ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่อง มาตรการสนับสนุนด้านภาษีสำหรับผู้ส่งออก มาตรการลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศเพื่อเพิ่มมูลค่าและเสริมความเข้มแข็งให้แก่ห่วงโซ่อุปทานของไทย
ทั้งนี้ ยังเร่งการบุกเจาะและขยายตลาดใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงทางการค้า ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทยให้มีความหลากหลายมากขึ้น ควบคู่กับการรักษาฐานลูกค้าในตลาดเดิม รวมถึงการปรับโครงสร้างการค้าของไทยให้มีความยืดหยุ่น ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาวท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการค้าโลกที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้นด้วย






