
เปิดลิสต์สินค้าไทยโดนภาษีสหรัฐฯ 12.5% ตามมาตรา 301 กลุ่มไหนโดน-ได้ยกเว้น
สหรัฐฯ เก็บภาษี 301 กับสินค้าไทยทุกรายการ 12.5% เว้นแต่อยู่ใน Annex เปิดลิสต์กลุ่มที่โดนเต็ม ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ ยางล้อ ถึงอาหารแปรรูป และกลุ่มที่ได้ยกเว้น
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยเพิ่ม 12.5% ภายใต้มาตรา 301 โดยให้เหตุผลเรื่องมาตรการเกี่ยวกับแรงงานบังคับ ซึ่งมีผลกับสินค้าส่งออกเกือบทุกรายการ
- สินค้าส่งออกหลักที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (คอมพิวเตอร์), ผลิตภัณฑ์ยาง (ยางล้อ), อาหารแปรรูป (ทูน่ากระป๋อง), เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งทอ
- สินค้ากลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงเหล็กและอะลูมิเนียม ไม่ถูกเก็บภาษีซ้ำซ้อน เนื่องจากอยู่ภายใต้มาตรการภาษีอื่น (มาตรา 232) อยู่แล้ว
หลังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศดำเนินการขั้นสุดท้ายตามมาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้า ค.ศ. 1974 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจาก 60 เขตเศรษฐกิจ ฐานไม่ได้กำหนดและบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ โดยไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มอัตราสูงสุดร้อยละ 12.5 นั้น
"ฐานเศรษฐกิจ" ตรวจสอบเนื้อหาประกาศฉบับสุดท้ายเบื้องต้น พบว่ามาตรการนี้ใช้หลักการต่างจากมาตรการ 301 ที่สหรัฐฯ เคยใช้กับจีน กล่าวคือประกาศระบุให้เก็บภาษีกับ สินค้าทุกรายการ ของเขตเศรษฐกิจที่ถูกไต่สวน โดยมีข้อยกเว้นบางประการตามที่ระบุใน Annex I และ Annex II
นั่นหมายความว่า สำหรับประเทศไทย สินค้าส่งออกทุกรายการจะเสียภาษีเพิ่มร้อยละ 12.5 เป็นค่าตั้งต้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าอยู่ในรายการยกเว้น ซึ่งไทยได้รับยกเว้นเฉพาะตาม Annex I และ Annex II ส่วน A เท่านั้น ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นเฉพาะประเทศเหมือนที่มาเลเซีย อินโดนีเซีย และกัมพูชาได้รับ
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์กระทบหนักสุด
สินค้าส่งออกหลักของไทยไปสหรัฐฯ ที่เข้าข่ายถูกเก็บภาษี นำโดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของไทยไปตลาดสหรัฐฯ ตามด้วยฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ แผงวงจรไฟฟ้า (PCB/PCBA) เครื่องโทรสาร โทรศัพท์และอุปกรณ์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอด รวมถึงอุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้า
ทั้งนี้ แม้ประกาศจะระบุการยกเว้นให้กับอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์บางประเภท แต่ครอบคลุมเฉพาะ เครื่องจักรที่ใช้ผลิต ไม่รวมถึงตัวสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป
ยางล้อ-เครื่องปรับอากาศ-อาหารแปรรูป โดนเต็ม
กลุ่มยางและผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับต้นของตลาดสหรัฐฯ ก็อยู่ในข่ายถูกเก็บภาษีเช่นกัน ทั้งยางล้อรถยนต์ ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย ยางธรรมชาติแปรรูป และผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้แก่ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน
ส่วนกลุ่มอาหารและเกษตร ครอบคลุมอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป โดยเฉพาะทูน่ากระป๋อง ข้าว ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และไก่แปรรูป โดยประกาศระบุว่ามีผู้ยื่นคำร้องขอยกเว้นอาหารทะเลแช่แข็ง แต่ USTR วินิจฉัยไม่เพิ่มสินค้ากลุ่มนี้เข้าในรายการยกเว้น
สำหรับอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอีกรายการของไทย ยังต้องตรวจสอบพิกัดเป็นรายกรณี เนื่องจากรายการยกเว้นระบุถึง "สินค้าจากสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารสัตว์หรือเป็นวัตถุดิบในอาหารสัตว์" ซึ่งอาจครอบคลุมเฉพาะวัตถุดิบ ไม่รวมอาหารสำเร็จรูป
กลุ่มอื่นที่เข้าข่าย ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ (ยกเว้นวัตถุดิบปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืชบางรายการ และวัตถุดิบยา) เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน แผงโซลาร์เซลล์ ผลิตภัณฑ์เซรามิก รองเท้า และเครื่องหนัง
สิ่งทอไทยไม่ได้สิทธิ TRQ
ในส่วนของเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอ ไทยเข้าข่ายถูกเก็บภาษีร้อยละ 12.5 โดยไม่ได้อยู่ในกลไกโควตาภาษี (TRQ) สิ่งทอที่ USTR จัดตั้งขึ้น ซึ่งให้สิทธิเฉพาะบังกลาเทศ กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยผูกกับปริมาณการนำเข้าฝ้ายและสิ่งทอจากสหรัฐฯ ของแต่ละประเทศ
เหล็ก-รถยนต์ รอดไม่ต้องเสียซ้อน
สินค้าที่ไม่ต้องเสียภาษีมาตรา 301 กลุ่มแรก คือสินค้าที่อยู่ภายใต้ภาษีมาตรา 232 อยู่แล้ว ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ อะลูมิเนียมและผลิตภัณฑ์ ทองแดงและผลิตภัณฑ์ รวมถึงรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ โดยสินค้ากลุ่มนี้ยังคงเสียภาษีมาตรา 232 ตามอัตราเดิม เพียงแต่ไม่ถูกเก็บภาษี 301 ซ้อนเข้าไปอีก
กลุ่มที่สองคือสินค้าที่อยู่ในรายการยกเว้นซึ่งไทยส่งออก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มะพร้าว เช่น กะทิและน้ำมะพร้าว ขุยมะพร้าวและวัสดุปลูก กาแฟสำเร็จรูปชนิดไม่ปรุงแต่งกลิ่นรส หนังจระเข้และหนังสัตว์แปลก น้ำตาลในโควตา WTO วัตถุดิบยาและเภสัชภัณฑ์บางรายการ เศษโลหะและเศษแบตเตอรี่ เปลือกหอยแปรรูป เสื้อผ้าใช้แล้ว ตลอดจนงานศิลปะ ของเก่า และของสะสม
ข้อควรระวังของผู้ส่งออก
รายการข้างต้นเป็นการเทียบจากคำอธิบายหมวดสินค้าในตัวประกาศ ยังไม่ใช่ตารางพิกัดศุลกากร (HTSUS) รายบรรทัดใน Annex I และ Annex II ซึ่งมีความยาวหลายร้อยหน้า โดยสินค้าที่ประกาศระบุด้วยคำว่า "certain" หมายถึงครอบคลุมเฉพาะบางพิกัดเท่านั้น ผู้ส่งออกจึงควรตรวจสอบพิกัด 8 หลักของสินค้าตนเองกับภาคผนวกฉบับจริงก่อนวางแผนการค้า
ทั้งนี้ อัตราภาษีดังกล่าวมีผลบังคับตั้งแต่เวลา 00.01 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ โดยยกเว้นสินค้าที่บรรทุกลงเรือและอยู่ระหว่างการขนส่งก่อนเวลาดังกล่าว หากนำเข้าหรือถอนออกจากคลังสินค้าเพื่อการบริโภคก่อนเวลา 00.01 น. วันที่ 28 กรกฎาคม 2569.






