
ไทยเจออัตราสูงสุด 12.5% สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีมาตรา 301 กับ 60 ประเทศ
สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีมาตรา 301 กับ 60 ประเทศ ปมไม่ห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ ไทยเจออัตราสูงสุด 12.5% พร้อมเปิดรายชื่อประเทศและสินค้าที่ได้รับการยกเว้น
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรา 301 เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมกับ 60 เขตเศรษฐกิจ เนื่องจากไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิผล
- ประเทศไทยเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจที่ถูกเก็บภาษีในอัตราสูงสุดที่ร้อยละ 12.5
- มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อกดดันให้ประเทศคู่ค้าบังคับใช้กฎหมายต่อต้านแรงงานบังคับ และแก้ไขปัญหาการค้าที่ไม่เป็นธรรมซึ่งกระทบต่อสหรัฐฯ
วอชิงตัน, 23 กรกฎาคม 2569 – สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศว่า นายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้ดำเนินการขั้นสุดท้ายตามมาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้า ค.ศ. 1974 ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจาก 60 เขตเศรษฐกิจ จากกรณีที่ไม่ได้กำหนดและบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิผล โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจที่ถูกเก็บภาษีในอัตราสูงสุดที่ร้อยละ 12.5
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการไต่สวนของ USTR ซึ่งประกอบด้วยการเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะสองรอบ ความเห็นที่ยื่นเข้ามากว่า 2,100 ฉบับ และการหารือกับรัฐบาลประเทศคู่ค้า
นายกรีเออร์ระบุว่า สหรัฐฯ มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับมาเกือบหนึ่งศตวรรษและบังคับใช้อย่างเข้มงวด ถึงเวลาแล้วที่ประเทศคู่ค้าจะต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน เนื่องจากที่ผ่านมาการโน้มน้าวทางศีลธรรมไม่สามารถขจัดแรงงานบังคับออกจากห่วงโซ่อุปทานโลกได้ พร้อมระบุว่ามาตรการนี้เป็นการแก้ไขทั้งปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและแนวปฏิบัติทางการค้าที่บิดเบือน
ไทยอยู่ในกลุ่ม 54 เขตเศรษฐกิจที่ไม่มีมาตรการห้ามนำเข้า
ในการวินิจฉัยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 USTR จัดให้ไทยอยู่ในกลุ่ม 54 เขตเศรษฐกิจที่ไม่ได้กำหนดและบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิผล ร่วมกับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินเดีย ออสเตรเลีย บราซิล นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ อิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย ตุรกี และสหราชอาณาจักร เป็นต้น ขณะที่อีก 6 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ แคนาดา เอกวาดอร์ สหภาพยุโรป อินโดนีเซีย เม็กซิโก และปากีสถาน ถูกวินิจฉัยว่ามีมาตรการอยู่แล้วแต่บังคับใช้ไม่มีประสิทธิผล
เนื่องจากไทยไม่ปรากฏชื่อในกลุ่มที่ได้รับอัตราร้อยละ 10 และไม่อยู่ในกลุ่มที่มีเงื่อนไขเฉพาะ สินค้าจากไทยจึงเข้าข่ายอัตราภาษีเพิ่มเติมร้อยละ 12.5 ตามหมวด "เขตเศรษฐกิจอื่นทั้งหมดที่ถูกไต่สวน"
อัตราภาษี 3 ระดับ
- ร้อยละ 10 สำหรับเขตเศรษฐกิจที่ (1) มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับแล้ว (2) ให้คำมั่นว่าจะกำหนดและบังคับใช้ผ่านความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade) หรือ (3) มีมาตรการบางส่วนที่มีผลป้องกันการนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับบางประเภท ได้แก่ อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา แคนาดา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน ศรีลังกา ตรินิแดดและโตเบโก และสหราชอาณาจักร
- ร้อยละ 10 หรือ 12.5 หักด้วยอัตราภาษีชาติที่ได้รับอนุเคราะห์ยิ่ง (MFN) สำหรับสินค้าบางรายการจากสหภาพยุโรป ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ ที่ไม่ได้รับการยกเว้น ตามรายละเอียดในประกาศ Federal Register
- ร้อยละ 12.5 สำหรับเขตเศรษฐกิจอื่นทั้งหมดที่ถูกไต่สวน ซึ่งรวมถึงประเทศไทย
อ่านเพิ่มเติม: เปิดลิสต์สินค้าไทยโดนภาษีสหรัฐฯ 12.5% ตามมาตรา 301 กลุ่มไหนโดน-ได้ยกเว้น
สินค้าที่ได้รับการยกเว้น
USTR กำหนดให้ยกเว้นสินค้าบางประเภทตามคำสั่งเฉพาะของประธานาธิบดี ได้แก่
(A) วัตถุดิบที่หากถูกเก็บภาษีอาจทำให้อุปทานภายในประเทศขาดแคลน
(B) สินค้าที่อาจก่อความปั่นป่วนต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม
(C) สินค้าที่ไม่สามารถเพาะปลูกหรือผลิตในสหรัฐฯ ได้เพียงพอหรือในราคาที่เหมาะสม หรือหาจากแหล่งอื่นไม่ได้
(D) สินค้าบางรายการจากอาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ สหภาพยุโรป กัวเตมาลา อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน และสหราชอาณาจักร เพื่อจูงใจให้ปฏิบัติตามคำมั่นหรือออกกฎห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ
และ (E) สินค้าที่การเก็บภาษีอาจไม่ช่วยขจัดแนวปฏิบัติที่เข้าข่ายตามผลการไต่สวนอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ไทยไม่ปรากฏชื่อในกลุ่มประเทศที่ได้รับการยกเว้นตามข้อ (D)
USTR เริ่มการไต่สวน 60 กรณีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ตามคำสั่งเฉพาะของประธานาธิบดี จากนั้นได้จัดรับฟังความเห็นสาธารณะร่วมกับคณะกรรมการมาตรา 301 ในวันที่ 28–29 เมษายน และหารือกับรัฐบาลของเขตเศรษฐกิจที่ถูกไต่สวนกว่า 45 ราย ตามมาตรา 303(a)
วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ วินิจฉัยว่าการกระทำ นโยบาย และแนวปฏิบัติของทั้ง 60 เขตเศรษฐกิจในเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ "ไม่สมเหตุสมผล" และเป็นภาระหรือจำกัดการค้าของสหรัฐฯ จึงเข้าข่ายดำเนินมาตรการได้ตามมาตรา 301(b) ก่อนเปิดรับความเห็นต่อมาตรการตอบโต้ที่เสนอถึงวันที่ 6 กรกฎาคม ซึ่งมีผู้ยื่นเข้ามากว่า 1,600 ฉบับ จากนั้นจัดรับฟังความเห็นระหว่างวันที่ 7–9 กรกฎาคม โดยมีพยานให้ถ้อยคำและตอบข้อซักถามกว่า 100 ราย
มาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้า ค.ศ. 1974 เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของต่างประเทศซึ่งกระทบต่อการพาณิชย์ของสหรัฐฯ โดยมาตรา 301(b) ใช้พิจารณาว่าการกระทำหรือนโยบายดังกล่าวไม่สมเหตุสมผลหรือเลือกปฏิบัติ และเป็นภาระหรือจำกัดการค้าของสหรัฐฯ หรือไม่.
ที่มา: USTR Takes Action in Forced Labor Section 301 Investigations





