thansettakij
thansettakij
ครั้งแรกของโลก ฟินแลนด์เปิดศูนย์ควบคุมหลายสนามบินจากจุดเดียว

ครั้งแรกของโลก ฟินแลนด์เปิดศูนย์ควบคุมหลายสนามบินจากจุดเดียว

ฟินแลนด์เตรียมพลิกโฉมการควบคุมการบิน ด้วยศูนย์ Remote Tower แห่งแรกของโลกที่รองรับการควบคุมหลายสนามบินจากศูนย์ปฏิบัติการเดียว

KEY

POINTS

  • ครั้งแรกของโลก ฟินแลนด์พัฒนาศูนย์ Remote Tower Centre ที่ออกแบบเพื่อควบคุมการจราจรทางอากาศของหลายสนามบินจากศูนย์ปฏิบัติการแห่งเดียว
     
  • เจ้าหน้าที่ 1 คนสามารถดูแลสนามบินได้พร้อมกันสูงสุด 3 แห่ง โดยศูนย์แห่งใหม่จะรองรับสนามบินรวม 7 แห่ง
     
  • Digital Tower ยกระดับการบิน ด้วย AI ระบบภาพ 4K และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความปลอดภัยและความยั่งยืน

ฟินแลนด์เตรียมสร้างมาตรฐานใหม่ของการบริหารจราจรทางอากาศ ด้วยการเปิดใช้งานศูนย์ควบคุมหอบังคับการบินระยะไกลแห่งแรกของโลกที่ออกแบบเพื่อรองรับการควบคุมหลายสนามบินพร้อมกัน ช่วยให้เจ้าหน้าที่ควบคุมการบินสามารถดูแลสนามบินได้สูงสุด 3 แห่งจากสถานีปฏิบัติงานเดียว

INDRA GROUP บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากสเปน และ Fintraffic Air Navigation Services (Fintraffic ANS) ผู้ให้บริการการเดินอากาศของประเทศฟินแลนด์ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการพัฒนาศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศแบบหอบังคับการบินระยะไกล (Remote Tower Centre) แห่งแรกของโลกที่ได้รับการออกแบบขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการควบคุมการปฏิบัติการของหลายสนามบินพร้อมกัน (Multi-Airport Operations)

โครงการดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีการบริหารจราจรทางอากาศ โดย Fintraffic ANS ได้มอบสัญญาให้ Indra Group เป็นผู้พัฒนาและติดตั้งระบบ ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานแล้ว เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศจะสามารถดูแลสนามบินได้พร้อมกันสูงสุด 3 แห่งจากสถานีปฏิบัติงานเพียงจุดเดียว นับเป็นผู้ให้บริการการเดินอากาศรายแรกของโลกที่เริ่มดำเนินงานด้วยระบบ Multi-Airport Remote Tower ตั้งแต่วันแรก

ศูนย์เดียว ดูแลได้หลายสนามบิน

ศูนย์ควบคุมแห่งใหม่นี้จะตั้งอยู่ในเมืองวานตา (Vantaa) ใกล้กรุงเฮลซิงกิ และจะทำหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศของสนามบิน 7 แห่งในเครือ Fintraffic ผ่านระบบดิจิทัลทั้งหมดได้แก่

  • Mariehamn Airport
  • Turku Airport
  • Vaasa Airport
  • Kittilä Airport
  • Ivalo Airport
  • Kuusamo Airport
  • Oulu Airport

สนามบินมารีฮัมน์ (Mariehamn Airport ) ประเทศฟินแลนด์

สนามบินคิตติลา (Kittilä Airport) ประเทศฟินแลนด์

 

เทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับความปลอดภัย

INDRA GROUP จะจัดหาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแบบครบวงจร ซึ่งรวมระบบ Digital Tower ที่รวบรวมข้อมูลสำคัญสำหรับการควบคุมการบินไว้บนหน้าจอเดียว ทั้งข้อมูลการจราจรทางอากาศ แผนการบินอิเล็กทรอนิกส์ และข้อมูลอุตุนิยมวิทยา พร้อมเชื่อมต่อกับระบบแสดงภาพความละเอียดระดับ 4K ที่ให้มุมมองแบบพาโนรามา ภาพสีสำหรับการปฏิบัติงานในเวลากลางคืน ระบบติดตามวัตถุอัตโนมัติ การแสดงข้อมูลเสริมอัจฉริยะ และการระบุตำแหน่งอากาศยานและยานพาหนะภาคพื้นแบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับรู้สถานการณ์และการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ควบคุมการบิน

นอกจากนี้ บริษัทจะติดตั้งระบบสื่อสาร GAREX Voice over IP (VoIP) เพื่อรองรับการสื่อสารที่มีความปลอดภัยระหว่างเจ้าหน้าที่ควบคุม นักบิน และเจ้าหน้าที่ภาคพื้น รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์ที่ได้รับการออกแบบให้สามารถทำงานได้ในสภาพอากาศหนาวจัดของฟินแลนด์ โดยรองรับอุณหภูมิต่ำถึง -50 องศาเซลเซียส

(ซ้าย) Víctor Martínez รองประธานบริหารฝ่าย Air Traffic Management ของ INDRA GROUP (กลาง) Raine Luojus ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fintraffic Air Navigation Services และ (ขวา) Andrew Fiamingo กรรมการผู้จัดการของ Indra Navia AS

Raine Luojus ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fintraffic Air Navigation Services กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลถือเป็นพัฒนาการตามธรรมชาติของการให้บริการการเดินอากาศ พร้อมระบุว่าลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องการโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพด้านต้นทุนมากขึ้น จึงจำเป็นต้องพัฒนารูปแบบการดำเนินงานที่ตอบโจทย์ความต้องการในอนาคต

ด้าน Víctor Martínez รองประธานบริหารฝ่าย Air Traffic Management ของ INDRA GROUP กล่าวว่า โครงการนี้จะช่วยสนับสนุนเป้าหมายของ Fintraffic ในการพัฒนาระบบการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และยั่งยืนมากขึ้น ผ่านการลดอุปกรณ์ที่ต้องติดตั้งภายในสนามบิน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้สามารถขยายขีดความสามารถของระบบควบคุมการจราจรทางอากาศได้ในอนาคต

แผนในอนาคตความเป็นผู้นำด้าน Remote Tower

INDRA GROUP ยังคงเดินหน้าขยายการใช้งานเทคโนโลยี Remote Tower และ Digital Tower ในหลายประเทศทั่วโลก โดยในประเทศนอร์เวย์ บริษัทมีส่วนร่วมในการพัฒนาศูนย์ Remote Tower ที่ควบคุมสนามบินถึง 14 แห่ง ซึ่งถือเป็นศูนย์ควบคุมลักษณะนี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย บริษัทได้ติดตั้ง Remote Tower แห่งแรกของภูมิภาคตะวันออกกลาง เชื่อมต่อสนามบิน Al-Ula กับศูนย์ปฏิบัติการในเมืองเจดดาห์ที่อยู่ห่างออกไปกว่า 500 กิโลเมตร

นอกจากนี้ INDRA GROUP ยังอยู่ระหว่างพัฒนาหอบังคับการบินดิจิทัลแห่งใหม่ที่สนามบินบูดาเปสต์ ซึ่งรองรับเที่ยวบินมากกว่า 300 เที่ยวต่อวัน และติดตั้งระบบควบคุมลานจอดอากาศยานที่สนามบินแวนคูเวอร์ ซึ่งสามารถรองรับการปฏิบัติการได้มากกว่า 1,000 เที่ยวต่อวัน

ความร่วมมือระหว่าง INDRA GROUP และ Fintraffic ในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการบินโลก ที่สะท้อนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ของการควบคุมการบินในยุคดิจิทัลสำหรับสนามบินหลายแห่งจากศูนย์ปฏิบัติการเพียงแห่งเดียว