thansettakij
thansettakij
ฝ่ายค้านตั้ง“รังสิมันต์ โรม”นำทัพศึกซักฟอกล็อกเป้า“อนุทิน-ไชยชนก”

ฝ่ายค้านตั้ง“รังสิมันต์ โรม”นำทัพศึกซักฟอกล็อกเป้า“อนุทิน-ไชยชนก”

02 ก.ย. 69 | 06:29 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.ย. 69 | 07:13 น.

"วิปฝ่ายค้าน”ตั้ง "รังสิมันต์ โรม" เป็นแม่ทัพใหญ่รวบรวมรายชื่อ-จัดทำญัตติซักฟอกรัฐบาล ล็อกเป้า"อนุทิน-ไชยชนก" หวังเสียงประชาชน เปลี่ยนรัฐบาล

KEY

POINTS

  • พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติเดินหน้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 แบบลงมติ
  • มีการแต่งตั้ง นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน เป็นหัวหน้าคณะทำงานเพื่อรวบรวมข้อมูลและเตรียมยื่นญัตติ
  • กำหนดเป้าหมายการอภิปรายเบื้องต้นไว้ 2 รายชื่อ คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี


วันที่ 2 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม ฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)  เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมกันแล้ว โดยสมัยนี้จะมีพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เพิ่มขึ้นคือ พรรคไทรวมพลัง ซึ่งเรามีความเห็นตรงกันว่า จะเดินหน้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 นั่นคือ การอภิปรายทั่วไปที่มีการลงมติ

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในเชิงกรอบเวลาเราจะดำเนินการโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังได้มีการพูดคุยว่า จะครอบคลุมถึงใครบ้าง ซึ่งเป็นการบ้านที่แต่ละพรรค จะไปรวบรวมมา แต่ 2 รายชื่อที่มีอยู่แน่นอนคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งมีการตกลงกันเรียบร้อยแล้ว 

หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงานโดยมีหัวเรือหลักคือ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่จะพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค รวบรวมรายชื่อและจัดทำญัตติ เพื่อเตรียมยื่นญัตติโดยเร็ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์

เมื่อถามว่าจะมีหลักฐานเด็ดในการอภิปรายที่จะสามารถสะเทือนรัฐบาลได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากคุยก่อนเกิด แต่คิดว่าเราทำงานเต็มที่ ให้ผลงานเป็นตัวบ่งบอกที่ดี และขอฝากว่าเห็นนายกรัฐมนตรีบอกว่าพร้อมที่จะตอบทุกคำถาม ก็หวังว่านายกฯ และพรรคภูมิใจไทย จะไม่พยายามหาช่องทางให้ประธานสภาฯ วินิจฉัยไม่ให้พูดเรื่อง ฮั้วสว. และเรื่องโกงสอบท้องถิ่นได้ ไม่ใช้เทคนิคแบบนั้น

เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุพรรคประชาชนทำให้ นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ก็สามารถทำให้เอาลงได้ จะทำได้เมื่อไหร่นั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า “เราทำเต็มที่ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน เราประกาศชัดเจนว่า ยิ่งเราเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่ในประเทศต่อไป ก็จะยิ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน” 

“ย้ำว่าเราทำเต็มที่ในการตรวจสอบรัฐบาล และหวังถึงการเลือกตั้งครั้งถัดไป ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า หากเราทำหน้าที่ของเราได้ดีประชาชนเห็นพ้องกับเราว่าการมีพรรคอื่นมาเป็นแกนนำรัฐบาล น่าจะทำให้ประเทศดีขึ้นได้ ก็จะเป็นวิธีที่ทำให้สามารถล้มรัฐบาลได้ด้วยเสียงของพี่น้องประชาชน”

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงไปคาดเดามติของ สส.ไม่ได้ แต่เราเข้าใจเสียงในสภาดีว่า ในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลยังมีเสียงข้างมาก แต่เป้าหมายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนคิดว่าไม่ใช่แค่การมานับคะแนนของการลงมติ แต่คือ การนำเสนอความจริงให้สังคมได้เห็นถึงปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งหากประชาชนเห็นตามหลักฐานที่เรามี เมื่อไหร่ก็ตามที่อำนาจกลับไปอยู่ในมือของประชาชน เขาก็จะเปิดโอกาสให้มีพรรคอื่นมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาล

เมื่อถามว่าจะไม่สายเกินไปหรือที่จะให้ประชาชนเลือกตั้งครั้งหน้า นายพริษฐ์ กล่าวว่า “เราทำเต็มที่อยู่แล้ว แต่ต้องบอกว่าปลายทาง เราต้องมองเป็นขั้น เรายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ต้องวัดกันที่คะแนนลงมติ ซึ่งเมื่อเรายื่นญัตติเราก็อยากให้ สส.ส่วนใหญ่ ลงมติไม่ไว้วางใจ”

อย่างไรก็ตาม ย้ำว่า ตนคงไปคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ว่า จะมี สส. รัฐบาลกี่คนที่จะมาลงมติไม่ไว้วางใจ หากชนะมติได้ ก็จะทำให้รัฐบาลพ้นจากตำแหน่งเร็วขึ้น แต่หากการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่นำไปสู่การลงมติที่เสียงข้างมาก ลงมติไม่ไว้วางใจ แล้วเราทำหน้าที่ของเราได้ดี เมื่ออำนาจกลับไปอยู่ในมือพี่น้องประชาชน ก็จะทำให้โอกาสในการเปลี่ยนรัฐบาลมีมากขึ้นด้วย

ผู้สื่อข่าวรายวานว่า ฝ่ายค้านมี 6 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี พรรคเสียงใหม่ และ พรรคไทรวมพลัง