
โคลนถล่มบริเวณชายแดนด่านพรมแดนจีน-เนปาล ดับ 7 สูญหาย 554 ราย
สำนักจัดการเหตุฉุกเฉินเขตปกครองตนเองซีจ้าง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน รายงานว่าเหตุดินโคลนถล่มด่านพรมแดนจี๋หลง บริเวณชายแดนจีน-เนปาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย ผู้สูญหายอีก 554 ราย
KEY
POINTS
- เกิดเหตุโคลนถล่มที่ด่านพรมแดนจี๋หลง บริเวณชายแดนจีน-เนปาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และสูญหาย 554 ราย
- เหตุการณ์ดังกล่าวมีต้นตอมาจากฝั่งประเทศเนปาล ก่อนจะไหลทะลักเข้าสู่เขตปกครองตนเองซีจ้างของจีน
- ทางการจีนได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 2,000 นายเข้าช่วยเหลือ พร้อมเฝ้าระวัง "ทะเลสาบกั้นน้ำ" ที่เกิดจากดินถล่มเพื่อป้องกันภัยพิบัติซ้ำซ้อน
ลาซา, 29 ส.ค. (ซินหัว) -- สำนักจัดการเหตุฉุกเฉินเขตปกครองตนเองซีจ้าง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน รายงานว่าเหตุดินโคลนถล่มด่านพรมแดนจี๋หลง (Gyirong Port) บริเวณชายแดนจีน-เนปาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย ผู้สูญหายอีก 554 ราย โดยเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ได้ 2 ราย เมื่อนับถึงเวลา 1.00 น. ของวันเสาร์ (29 ส.ค.)
ทางการได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย 2,141 นาย พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพแวดล้อมธรรมชาติและสาขาที่เกี่ยวข้อง 86 คน ลงพื้นที่ โดยนำอุปกรณ์เฉพาะทางมาใช้ยกระดับการตรวจตราและเฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรณีวิทยาบริเวณเชิงเขา เส้นทางสัญจร และจุดเสี่ยงสำคัญต่างๆ โดยรอบ อย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ มีการจัดตั้งจุดเฝ้าระวังพร้อมเจ้าหน้าที่ 5 นาย เพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์ "ทะเลสาบกั้นน้ำ" (barrier lake) หรือแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นฉับพลันจากดินถล่มปิดกั้นลำน้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิดภัยพิบัติระลอกสองที่อาจตามมา ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สามารถเคลียร์สิ่งกีดขวางบนเส้นทางและเปิดการจราจรได้แล้วเป็นระยะทาง 1.02 กิโลเมตร
ทั้งนี้ เหตุโคลนถล่มดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากฝั่งเนปาล ก่อนจะทะลักเข้าซัดถล่มด่านพรมแดนจี๋หลง ในอำเภอจี๋หลง เขตปกครองตนเองซีจ้างของจีน เมื่อช่วงเช้าของวันพุธ (26 ส.ค.) ที่ผ่านมา
(แฟ้มภาพซินหัว: ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่ประสบเหตุโคลนถล่ม ในอำเภอจี๋หลง เขตปกครองตนเองซีจ้างทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 29 ส.ค. 2569).







