
‘เบร็กซิท’ปลุกกระแสประชามติ พรรคฝ่ายคัดค้านยุโรปเรียกร้องลงคะแนนตามอังกฤษ
หลังจากสหราชอาณาจักรลงมติโหวตออกจากการเป็นสมาชิกอียูก็มีการตั้งคำถามตามมาถึงการทำประชามติในลักษณะเดียวกันนี้ทั่วยุโรปโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พรรคการเมืองฝ่ายต่อต้านยุโรป หรือ Euroscepticเริ่มได้รับการสนับสนุนเพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีการตั้งข้อสังเกตจากฝ่ายสนับสนุนการออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของสหราชอาณาจักร หรือ เบร็กซิท ว่าเนเธอร์แลนด์อาจเป็นประเทศต่อไปที่มีโอกาสตัดสินใจออกจากการเป็นสมาชิกอียู โดยนายเกิร์ท วิลเดอร์ส หัวหน้าพรรคพีวีวี พรรคฝ่ายขวาจัดที่คัดค้านการเข้าเมืองของคนต่างด้าว กล่าวภายหลังจากผลประชามติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนมีความชัดเจนว่า ผลประชามติของสหราชอาณาจักรอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงเนเธอร์แลนด์และยุโรป "เวลานี้เป็นทีของเรา ผมคิดว่าชาวดัตช์ต้องได้รับโอกาสที่จะแสดงความเห็นในประชามติ"
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ โดยเว็บไซต์ peil.nl พบว่าผู้ที่คัดค้านการจัดทำประชามติมีสัดส่วนมากกว่าอยู่เล็กน้อย (50% ต่อ 47%) และส่วนใหญ่ (46% ต่อ 43%) ต้องการอยู่ในอียูต่อไป แต่ทั้งนี้กลุ่มผู้มีระดับการศึกษาต่ำมีแนวโน้มสนับสนุนการทำประชามติและออกจากอียูสูงกว่า และเป็นกลุ่มที่ให้การสนับสนุนพรรคของนายวิลเดอร์ส ดังนั้นจึงเป็นที่น่าจับตามองการเลือกตั้งในเดือนมีนาคมปีหน้า หลังนายวิลเดอร์สเตรียมชูประเด็นดังกล่าวในการหาเสียงเลือกตั้ง
ฝรั่งเศสเป็นอีกหนึ่งประเทศที่พรรคฝ่ายต่อต้านอียูมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยนางมารีน เลอ แปง ผู้นำพรรคฝ่ายขวาจัด เนชันแนล ฟรอนต์ หนึ่งในตัวเต็งของการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปีหน้า กล่าวยินดีกับผลการทำประชามติของสหราชอาณาจักร พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการจัดทำประชามติในลักษณะเดียวกันนี้ทั่วยุโรป
อย่างไรก็ตาม ในการพบปะหารือระหว่างนายฟรองซัวส์ โอลล็องด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และผู้นำของพรรคการเมืองสำคัญๆ เกี่ยวกับผลการทำประชามติของสหราชอาณาจักร นายโอลล็องด์ ซึ่งคาดว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งและมีโอกาสกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนถึงโอกาสที่ฝรั่งเศสจะจัดทำประชามติออกจากอียู สร้างความไม่พอใจให้กับนางเลอ แปง อย่างมาก
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวออสเตรีย 700 รายโดยปีเตอร์ ฮาเยค โอพิเนียน สแทรทิจีส์ เมื่อไม่นานมานี้ พบว่ามี 40% ที่ต้องการให้มีการทำประชามติเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอียู และ 38% กล่าวว่าสนับสนุนการออกจากอียู โดยผู้สนับสนุนการทำประชามติส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายขวา ฟรีดอม ปาร์ตี้ (เอฟพีโอ) ที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเฉียดฉิวเมื่อเดือนก่อน
นายนอร์เบิร์ต ฮอฟเฟอร์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเอฟพีโอ กล่าวว่า ออสเตรียควรจัดการทำประชามติเรื่องการเป็นสมาชิกอียู ถ้าภายใน 1 ปี อียูตัดสินใจรวมศูนย์อำนาจทางการมือง และล้มเหลวในการปรับโฟกัสกลับไปยังบทบาทเดิม คือการเป็นกลุ่มพันธมิตรด้านเศรษฐกิจและการค้า
ในสวีเดน ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดโดยซีโฟในระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน พบว่าชาวสวีเดนส่วนใหญ่ 52% ยังต้องการอยู่ในอียู ขณะที่ 31% เลือกออกจากอียู และส่วนใหญ่ 56% เชื่อว่าไม่ควรมีการจัดทำประชามติ อย่างไรก็ตาม มีถึง 52% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจที่เชื่อว่าอียูกำลังเดินไปผิดทาง ขณะที่ 14% เชื่อว่าอียูไปถูกทาง
ผลสำรวจความคิดเห็นของหลายประเทศสมาชิกอียูในช่วงที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าฝ่ายต่อต้านอียูเริ่มได้รับการสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น โดยผลการสำรวจจากพิว รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ ที่เปิดเผยออกมาเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน พบว่า ชาวยุโรปเฉลี่ย 51% จาก 10 ประเทศให้การสนับสนุนอียู แต่ในหลายประเทศมีผู้สนับสนุนที่ค่อนข้างน้อย อาทิ ในกรีซมีผู้สนับสนุนอียูเพียง 27% ในฝรั่งเศสมีผู้สนับสนุน 38% และสเปนให้การสนับสนุน 47%
ตัวแทนพรรคการเมืองที่มีนโยบายคัดค้านยุโรปในอีกหลายประเทศ ทั้งในสวีเดน อิตาลี เดนมาร์ก และเยอรมนี ต่างใช้โอกาสนี้ออกมาเรียกร้องการทำประชามติภายในประเทศของตนบ้าง อย่างไรก็ดี นักการเมืองจากพรรคหลักๆ ในประเทศต่างๆ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ระดับสูงอียู ได้แสดงท่าทีไปในทิศทางเดียวกัน ยืนยันว่าต้องการสร้างความเข้มแข็งให้กับอียูหลังจากผลประชามติเบร็กซิท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,170
วันที่ 30 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีการตั้งข้อสังเกตจากฝ่ายสนับสนุนการออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของสหราชอาณาจักร หรือ เบร็กซิท ว่าเนเธอร์แลนด์อาจเป็นประเทศต่อไปที่มีโอกาสตัดสินใจออกจากการเป็นสมาชิกอียู โดยนายเกิร์ท วิลเดอร์ส หัวหน้าพรรคพีวีวี พรรคฝ่ายขวาจัดที่คัดค้านการเข้าเมืองของคนต่างด้าว กล่าวภายหลังจากผลประชามติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนมีความชัดเจนว่า ผลประชามติของสหราชอาณาจักรอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงเนเธอร์แลนด์และยุโรป "เวลานี้เป็นทีของเรา ผมคิดว่าชาวดัตช์ต้องได้รับโอกาสที่จะแสดงความเห็นในประชามติ"
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ โดยเว็บไซต์ peil.nl พบว่าผู้ที่คัดค้านการจัดทำประชามติมีสัดส่วนมากกว่าอยู่เล็กน้อย (50% ต่อ 47%) และส่วนใหญ่ (46% ต่อ 43%) ต้องการอยู่ในอียูต่อไป แต่ทั้งนี้กลุ่มผู้มีระดับการศึกษาต่ำมีแนวโน้มสนับสนุนการทำประชามติและออกจากอียูสูงกว่า และเป็นกลุ่มที่ให้การสนับสนุนพรรคของนายวิลเดอร์ส ดังนั้นจึงเป็นที่น่าจับตามองการเลือกตั้งในเดือนมีนาคมปีหน้า หลังนายวิลเดอร์สเตรียมชูประเด็นดังกล่าวในการหาเสียงเลือกตั้ง
ฝรั่งเศสเป็นอีกหนึ่งประเทศที่พรรคฝ่ายต่อต้านอียูมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยนางมารีน เลอ แปง ผู้นำพรรคฝ่ายขวาจัด เนชันแนล ฟรอนต์ หนึ่งในตัวเต็งของการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปีหน้า กล่าวยินดีกับผลการทำประชามติของสหราชอาณาจักร พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการจัดทำประชามติในลักษณะเดียวกันนี้ทั่วยุโรป
อย่างไรก็ตาม ในการพบปะหารือระหว่างนายฟรองซัวส์ โอลล็องด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และผู้นำของพรรคการเมืองสำคัญๆ เกี่ยวกับผลการทำประชามติของสหราชอาณาจักร นายโอลล็องด์ ซึ่งคาดว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งและมีโอกาสกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนถึงโอกาสที่ฝรั่งเศสจะจัดทำประชามติออกจากอียู สร้างความไม่พอใจให้กับนางเลอ แปง อย่างมาก
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวออสเตรีย 700 รายโดยปีเตอร์ ฮาเยค โอพิเนียน สแทรทิจีส์ เมื่อไม่นานมานี้ พบว่ามี 40% ที่ต้องการให้มีการทำประชามติเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอียู และ 38% กล่าวว่าสนับสนุนการออกจากอียู โดยผู้สนับสนุนการทำประชามติส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายขวา ฟรีดอม ปาร์ตี้ (เอฟพีโอ) ที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเฉียดฉิวเมื่อเดือนก่อน
นายนอร์เบิร์ต ฮอฟเฟอร์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเอฟพีโอ กล่าวว่า ออสเตรียควรจัดการทำประชามติเรื่องการเป็นสมาชิกอียู ถ้าภายใน 1 ปี อียูตัดสินใจรวมศูนย์อำนาจทางการมือง และล้มเหลวในการปรับโฟกัสกลับไปยังบทบาทเดิม คือการเป็นกลุ่มพันธมิตรด้านเศรษฐกิจและการค้า
ในสวีเดน ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดโดยซีโฟในระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน พบว่าชาวสวีเดนส่วนใหญ่ 52% ยังต้องการอยู่ในอียู ขณะที่ 31% เลือกออกจากอียู และส่วนใหญ่ 56% เชื่อว่าไม่ควรมีการจัดทำประชามติ อย่างไรก็ตาม มีถึง 52% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจที่เชื่อว่าอียูกำลังเดินไปผิดทาง ขณะที่ 14% เชื่อว่าอียูไปถูกทาง
ผลสำรวจความคิดเห็นของหลายประเทศสมาชิกอียูในช่วงที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าฝ่ายต่อต้านอียูเริ่มได้รับการสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น โดยผลการสำรวจจากพิว รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ ที่เปิดเผยออกมาเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน พบว่า ชาวยุโรปเฉลี่ย 51% จาก 10 ประเทศให้การสนับสนุนอียู แต่ในหลายประเทศมีผู้สนับสนุนที่ค่อนข้างน้อย อาทิ ในกรีซมีผู้สนับสนุนอียูเพียง 27% ในฝรั่งเศสมีผู้สนับสนุน 38% และสเปนให้การสนับสนุน 47%
ตัวแทนพรรคการเมืองที่มีนโยบายคัดค้านยุโรปในอีกหลายประเทศ ทั้งในสวีเดน อิตาลี เดนมาร์ก และเยอรมนี ต่างใช้โอกาสนี้ออกมาเรียกร้องการทำประชามติภายในประเทศของตนบ้าง อย่างไรก็ดี นักการเมืองจากพรรคหลักๆ ในประเทศต่างๆ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ระดับสูงอียู ได้แสดงท่าทีไปในทิศทางเดียวกัน ยืนยันว่าต้องการสร้างความเข้มแข็งให้กับอียูหลังจากผลประชามติเบร็กซิท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,170
วันที่ 30 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559






