thansettakij
thansettakij
ดัชนีกักตุนแร่โลกพุ่ง 5 เท่า ทุบซัพพลายเชน ‘EV-ไฮเทค’ อ่วม

ดัชนีกักตุนแร่โลกพุ่ง 5 เท่า ทุบซัพพลายเชน ‘EV-ไฮเทค’ อ่วม

30 เม.ย. 69 | 10:23 น.
อัปเดตล่าสุด :30 เม.ย. 69 | 10:34 น.

OECD เผยดัชนีกักตุนแร่ต้นน้ำพุ่งประวัติการณ์ 5 เท่าตัวนับจากปี 2009 พบ ‘โคบอลต์-แมงกานีส’ โดนกักส่งออกสูงสุด 70% สะเทือนต้นทุนผลิตรถอีวีและดิจิทัลโลก

KEY

POINTS

  • มาตรการจำกัดการส่งออกแร่ธาตุสำคัญทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น 5 เท่า นับตั้งแต่ปี 2009 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทาน
  • อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากแร่สำหรับผลิตแบตเตอรี่ เช่น โคบอลต์ กราไฟต์ และแร่หายาก ถูกจำกัดการส่งออกในสัดส่วนสูง
  • ประเทศผู้ผลิตหลัก เช่น จีน อินเดีย และเมียนมา เป็นผู้ควบคุมการส่งออก ขณะที่ประเทศผู้นำเข้าอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะเผชิญภาวะขาดแคลน

รายงานฉบับล่าสุด "OECD Inventory of Export Restrictions on Critical Raw Materials 2026" จากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลต่อภาคอุตสาหกรรมโลก โดยระบุว่ามาตรการจำกัดการส่งออกวัตถุดิบวิกฤต (CRMs) มีปริมาณสะสมพุ่งสูงขึ้นถึง 5 เท่า นับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา

แม้ในปี 2024 อัตราการเพิ่มขึ้นของมาตรการใหม่จะเริ่มชะลอตัวลงเหลือ 0.6% แต่ปริมาณมาตรการที่มีผลบังคับใช้อยู่ยังคงอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นผลพวงจากความพยายามของประเทศผู้ผลิตในการควบคุมทรัพยากรเพื่อสร้างความมั่นคงภายใน

เจาะลึก ‘แร่แบตเตอรี่’ ถูกกักส่งออกสูงสุด

ดัชนีกักตุนแร่โลกพุ่ง 5 เท่า ทุบซัพพลายเชน ‘EV-ไฮเทค’ อ่วม ข้อมูลระบุว่า แร่ธาตุในกลุ่ม ต้นน้ำ (Upstream) หรือแร่ที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป ถูกจำกัดการส่งออกเพิ่มขึ้นเร็วกว่าผลิตภัณฑ์แปรรูปถึง 2 เท่า โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้:

  • โคบอลต์และแมงกานีส: กว่า 70% ของการส่งออกทั่วโลกเผชิญมาตรการจำกัดอย่างน้อย 1 รายการ
  • กราไฟต์: ถูกควบคุมการส่งออกคิดเป็น 47% ของปริมาณการค้าโลก
  • แร่หายาก (Rare Earths): มีมาตรการคุมเข้มครอบคลุมถึง 45% ของการส่งออก

สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องพึ่งพาแร่ธาตุเหล่านี้เป็นส่วนประกอบหลัก

สงครามทรัพยากร: 5 มหาอำนาจคุมเกม

ในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา (2009-2024) ประเทศที่มีการออกมาตรการจำกัดการส่งออกมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อินเดีย, จีน, อาร์เจนตินา, เวียดนาม และบุรุนดี ซึ่งรวมกันมีสัดส่วนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของมาตรการทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวละครหลัก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง เมียนมา ที่ขยับขึ้นมาเป็นผู้ประกาศใช้มาตรการใหม่มากที่สุดในปี 2024 (21.7% ของมาตรการใหม่ทั้งหมด) ครอบคลุมทั้งแมงกานีส นิกเกิล ดีบุก และแร่หายาก เพื่อหวังดึงดูดการลงทุนโรงงานแปรรูปในประเทศ

ผู้นำเข้าอ่วม! ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เสี่ยงสุด

OECD เตือนว่ามาตรการเหล่านี้กำลังสร้างความผันผวนด้านราคาและทำลายกลไกตลาดเสรี โดยเฉพาะประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำอย่าง ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าแร่ CRM จากกลุ่มประเทศที่ใช้มาตรการจำกัดการส่งออกในสัดส่วนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น

การกักตุนทรัพยากรในระดับสากลนี้ ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกเท่านั้น แต่ยังอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Green Transition) ของหลายประเทศล่าช้าออกไป หากไม่มีความร่วมมือในระดับพหุภาคีเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความโปร่งใสและหลากหลายมากขึ้นในอนาคต

เรียบเรียงจาก OECD