thansettakij
thansettakij
อังกฤษ-ฝรั่งเศส ชักธงปลดล็อคช่องแคบฮอร์มุซ เล็งตั้งกองเรืออารักขาเรือพาณิชย์-กู้ทุ่นระเบิด

อังกฤษ-ฝรั่งเศส ชักธงปลดล็อคช่องแคบฮอร์มุซ เล็งตั้งกองเรืออารักขาเรือพาณิชย์-กู้ทุ่นระเบิด

18 เม.ย. 69 | 12:31 น.
อัปเดตล่าสุด :18 เม.ย. 69 | 12:36 น.

ผู้นำอังกฤษ-ฝรั่งเศส ร่วมประชุมกับตัวแทนนานาชาติ และไทย ในหัวข้อเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เล็งจัดตั้งกองเรืออารักขาเรือพาณิชย์ และเก็บกู้ทุ่นระเบิดใต้ทะเล

KEY

POINTS

  • อังกฤษ และฝรั่งเศส เป็นประธานร่วมในการประชุมนานาชาติว่าด้วยเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
  • ที่ประชุมเรียกร้องให้มีการสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีข้อจำกัด และเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ
  • มีการเตรียมความพร้อมจัดตั้งกองเรือนานาชาติในภารกิจเชิงป้องกันเพื่ออารักขาเรือพาณิชย์และเก็บกู้ทุ่นระเบิด

วานนี้ (17 เม.ย.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มอบหมายนายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส เป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมทางไกลในหัวข้อเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ (Freedom of Navigation in the Strait of Hormuz)

โดยมีนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส และเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เป็นประธานร่วมในการประชุม และมีประเทศจากภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียใต้ อินโด-แปซิฟิก สมาชิกสหภาพยุโรปเข้าร่วมกว่า 50 ประเทศ รวมถึง 2 องค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: IMO) และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organisation: NATO)

อังกฤษ-ฝรั่งเศส ชักธงปลดล็อคช่องแคบฮอร์มุซ เล็งตั้งกองเรืออารักขาเรือพาณิชย์-กู้ทุ่นระเบิด

การประชุมดังกล่าว สะท้อนท่าทีร่วมของนานาประเทศ ในการสนับสนุนข้อตกลงหยุดยิงและการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างยั่งยืนด้วยวิธีการทูต สนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยไม่มีข้อจำกัด

ทั้งยัง ย้ำความจำเป็นในการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศในทุกกรณี โดยเฉพาะอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ค.ศ. 1972 พร้อมแสดงความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางพลังงาน ปุ๋ย การค้าเสรี และอุตสาหกรรมการเดินเรือ และเรียกร้องให้องค์การระหว่างประเทศ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) และธนาคารโลก (World Bank) มีมาตรการเพื่อช่วยเหลือประเทศรายได้ต่ำ

ที่ประชุมย้ำความสำคัญของการรับประกันความปลอดภัยของลูกเรือกว่า 20,000 คน และเรือพาณิชย์ที่ติดค้างอยู่กว่า 2,000 ลำ รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดตั้งกองเรือนานาชาติในภารกิจเชิงป้องกันเพื่ออารักขาเรือพาณิชย์ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และเก็บกู้ทุ่นระเบิดใต้ทะเล