thansettakij
thansettakij
การ์เมนต์ไทยใน CLMV โต เล็งปีนี้ช่วยเพิ่มส่งออกไทย 2.4 หมื่นล้าน/ไฮ-เทคกรุ๊ปขยายใหญ่

การ์เมนต์ไทยใน CLMV โต เล็งปีนี้ช่วยเพิ่มส่งออกไทย 2.4 หมื่นล้าน/ไฮ-เทคกรุ๊ปขยายใหญ่

29 มิ.ย. 59 | 12:00 น.
“ไฮ-เทคกรุ๊ป” ชี้ 3 ตลาดใหญ่ สหรัฐฯ-อียู-ญี่ปุ่น ยอดสั่งซื้อชุดกีฬาครึ่งปีหลังพุ่งกระฉูด เล็งเป้าปีนี้ฟัน 4,400 ล้าน ขณะเตรียมขยายผลิตเป็น 40 ล้านตัวในปีหน้าจากฐานผลิตใน 4 ประเทศ ประกาศรับคนงานเพิ่มอีก 3,000 คน ขณะญี่ปุ่นลดพึ่งนำเข้าเสื้อผ้าจากจีน ส้มหล่นไทยตัวเลือกอันดับ 1 แหล่งผลิตป้อนอีกตัวช่วยดันยอด อีกด้าน 33 โรงงานการ์เมนต์ไทยปักฐานใน CLMV พ่วงอินโดนีเซีย คาดช่วยเพิ่มยอดส่งออกไทยปีนี้อีก 2.45 หมื่นล้าน เชื่อปีหน้าแตะ 4.2 หมื่นล้าน

นายวัลลภ วิตนากร ประธานกรรมการ ไฮ-เทคกรุ๊ป ผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้าชุดกีฬารายใหญ่ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า การส่งออกของทางกลุ่มในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ยังอยู่ในภาวะทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้การส่งออกมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเวลานี้ได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าใน 3 ตลาดหลักเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป(อียู) และญี่ปุ่น ซึ่งคิดเป็นสัดส่งออก 45 , 45, และ 10% ตามลำดับ จนเต็มกำลังผลิตไปถึงสิ้นปีแล้ว (จากปกติช่วง ก.ค.-ก.ย.ของทุกปีส่วนใหญ่จะไม่เต็มกำลังผลิต) โดยคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากตลาดสหรัฐฯที่เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ในปี 2559 คาดทางกลุ่มจะผลิตสินค้าส่งออกได้ 35 ล้านตัว เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ผลิตส่งออก 30 ล้านตัว ซึ่งจะมีผลให้ยอดขายในปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 10% จากปีที่ผ่านมาทางกลุ่มมียอดขายประมาณ 4,000 ล้านบาท หรือจะมียอดขายราว 4,400 ล้านบาทในปีนี้ ขณะเดียวกันตลาดญี่ปุ่น ณ เวลานี้ถือมีช่องทางโอกาสที่ดีที่ทางกลุ่มและผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่ม (การ์เมนต์) ของไทยจะผลิตและส่งออกได้เพิ่ม อันเนื่องมาจากลูกค้าญี่ปุ่นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้ลดการพึ่งพาการนำเข้าเสื้อผ้าจากจีน(อดีตญี่ปุ่นเคยนำเข้าจากจีนสัดส่วนกว่า 90% ณ ปัจจุบันเหลือไม่เกิน 70% และปีหน้าคาดเหลือไม่เกิน 60%) เป็นผลจากสินค้าที่ผลิตในจีนมีต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้นมาก ดังนั้นจึงต้องย้ายออกมาใน 2 ลักษณะ คือ 1.โรงงานผลิตเสื้อผ้าของญี่ปุ่นที่เคยตั้งในจีน หากไม่เลิกกิจการก็จะย้ายไปตั้งโรงงานในประเทศที่มีค่าจ้างแรงงานที่ยังต่ำ ได้แก่ ลาว และเวียดนาม 2.ส่วนที่เป็นผู้นำเข้าก็จะหันมานำเข้าจาก 3 แหล่งผลิตใหญ่ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม

"ในส่วนของผู้นำเข้าญี่ปุ่นขณะนี้เลือกที่จะนำเข้าจากไทยเป็นอันดับ 1 เพราะเราสามารถผลิตสินค้าชุดกีฬาแฟชั่นที่เป็นโลคัลแบรนด์ของญี่ปุ่น และแบรนด์ดัง ๆ จากทั่วโลกที่ญี่ปุ่นได้ไลเซนส์มาสั่งผลิตได้อย่างมีคุณภาพ ทำให้ทางกลุ่มไฮ-เทคพลอยได้รับอานิสงส์ในส่วนนี้ตามไปด้วย ขณะที่ตลาดสหรัฐฯก็เริ่มดีวันดีคืน"

จากทิศทางแนวโน้มดังกล่าว ทางกลุ่มได้เตรียมแผนขยายกำลังการผลิตชุดเสื้อผ้ากีฬาในปี 2560 เพิ่มเป็น 40 ล้านตัว โดย 10 โรงงานในเครือไฮ-เทคใน 4 ประเทศได้แก่ในไทย ลาว เวียดนาม และกัมพูชาที่ปัจจุบันใช้คนงานประมาณ 7,000 คน มีแผนจะเพิ่มอีก 3,000 คน เป็น 1 หมื่นคนเพื่อรองรับการขยายการผลิตในอนาคต โดยเน้นการเพิ่มคนงานของโรงงานในไทยเป็นหลัก เพราะคนไทยมีทักษะฝีมือไม่ต้องเทรนด์มากเหมือนแรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน

นายวัลลภ กล่าวอีกว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมาไทยส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มมูลค่า 2,649 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจากปี 2557 ที่ส่งออก 2,857 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือลดลง 7.3% ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักได้แก่สหรัฐฯ อียู ญี่ปุ่น และอาเซียนชะลอตัว

อย่างไรก็ดีจากที่สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยได้คาดการณ์ส่งออกการ์เมนต์ในปี 2559 จะขยายตัวที่ 0% หรือมีระดับใกล้เคียงกับปี 2558 แต่หากรวมยอดการส่งออกที่หลายกลุ่มบริษัทเครื่องนุ่งห่มของไทยที่ได้ไปลงทุนใน CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) และอินโดนีเซียรวม 33 โรงงาน ที่คาดในปีนี้จะมียอดส่งออกจากฐานผลิตในประเทศประเทศเพื่อนบ้านอีกประมาณ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ(ประมาณ 2.45 หมื่นล้านบาท คำนวณที่ 35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ)จะทำให้ในปีนี้ไทยจะมียอดส่งออกการ์เมนต์ที่กว่า 3,349 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.17 แสนล้านบาท)

"ส่วนในปี 2560 คาดโรงงานการ์เมนต์ไทยในต่างประเทศจะทำยอดส่งออกได้เพิ่มขึ้นเป็น 1,200 ล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเทียบศักยภาพแล้ว 33 โรงงานในต่างประเทศมีกำลังผลิตใกล้เคียงกับ 100 โรงงานที่ผลิตในไทย"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,169 วันที่ 26 - 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • World