thansettakij
thansettakij
G7 เตรียมถกด่วน เตรียมปล่อยน้ำมันสำรอง 400 ล้านบาร์เรล พยุงตลาดพลังงานโลก

G7 เตรียมถกด่วน เตรียมปล่อยน้ำมันสำรอง 400 ล้านบาร์เรล พยุงตลาดพลังงานโลก

10 มี.ค. 2569 | 00:02 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มี.ค. 2569 | 00:13 น.

รัฐมนตรีพลังงานกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ G7 เตรียมประชุมฉุกเฉิน หารือปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ หลังความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานเพิ่มสูงขึ้น แหล่งข่าวระบุว่า สหรัฐสนับสนุนให้มีการปล่อยน้ำมันร่วมกันราว 300–400 ล้านบาร์เรล เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพตลาดน้ำมันโลก

KEY

POINTS

  • กลุ่มประเทศ G7 เตรียมประชุมรัฐมนตรีพลังงานเพื่อหารือถึงการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์
  • การดำเนินการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อรับมือกับภาวะอุปทานน้ำมันหยุดชะงักและราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
  • สหรัฐฯ เสนอให้มีการปล่อยน้ำมันสำรองร่วมกันในปริมาณ 300-400 ล้านบาร์เรล เพื่อพยุงเสถียรภาพตลาดพลังงาน

วันที่ 10 มีนาคม 2569 แหล่งข่าวเปิดเผยกับ CNBC ว่า รัฐมนตรีพลังงานจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) จะจัดการประชุมผ่านระบบออนไลน์ในเช้าวันอังคาร เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อรับมือกับการหยุดชะงักของอุปทานที่เกิดจากสงครามอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G7 ได้ประชุมกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อหารือเรื่องการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรอง แต่ยังไม่ได้มีการตัดสินใจ โดยสมาชิก G7 ประกอบด้วย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

แหล่งข่าวระบุว่า การหารือระหว่างประเทศสมาชิก G7 มีท่าทีเป็นไปในเชิงบวก และการดำเนินมาตรการร่วมกันในการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองจะเกิดขึ้นภายหลังการประชุมของรัฐมนตรีพลังงาน

แหล่งข่าวเปิดเผยกับ CNBC อีกว่า สหรัฐเชื่อว่าการปล่อยน้ำมันร่วมกันในปริมาณ 300 ล้านถึง 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นประมาณ 25% ถึง 30% ของคลังสำรองรวม 1.2 พันล้านบาร์เรล จะเป็นระดับที่เหมาะสม

เราพร้อมดำเนินมาตรการที่จำเป็น รวมถึงการสนับสนุนอุปทานพลังงานของโลก เช่น การปล่อยน้ำมันจากคลังสำรอง

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงสูงสุด เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ ยังคงปิดการเดินเรือจากภัยคุกคามของอิหร่าน ขณะที่ยังไม่ชัดเจนว่าช่องแคบดังกล่าวจะกลับมาเปิดให้สัญจรได้เมื่อใด

การปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ก่อให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ตามการวิเคราะห์ของบริษัทที่ปรึกษา Rapidan โดยประมาณ 20% ของการบริโภคน้ำมันของโลกถูกส่งออกผ่านเส้นทางน้ำแคบแห่งนี้

นักวิเคราะห์ของ Rapidan ระบุว่า แตกต่างจากวิกฤตในอดีต เนื่องจากขณะนี้ไม่มีกำลังการผลิตสำรองเพียงพอที่จะชดเชยการหยุดชะงักดังกล่าว เพราะซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถูกตัดขาดจากตลาดน้ำมันโลกจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

นักวิเคราะห์ระบุเพิ่มเติมว่า คลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐ (Strategic Petroleum Reserve) เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะชดเชยอุปทานที่ถูกกักอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย โดยปัจจุบันคลังสำรองของสหรัฐมีน้ำมันอยู่ประมาณ 415 ล้านบาร์เรล คิดเป็นราว 58% ของความจุที่ได้รับอนุญาตทั้งหมด 714 ล้านบาร์เรล ตามข้อมูลของกระทรวงพลังงานสหรัฐ

นักวิเคราะห์ของ Rapidan ระบุว่า ประเทศสมาชิกของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) จะเผชิญแรงกดดันให้ปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากนี่ถือเป็นทางเลือกสุดท้ายในการตอบสนองด้านอุปทานที่ยังเหลืออยู่