thansettakij
thansettakij
'ทรัมป์' เซอร์ไพรส์! สั่งเก็บภาษีแค่ 10% หลังขู่ผ่านโซเชียลขึ้น 15% ทั่วโลก

'ทรัมป์' เซอร์ไพรส์! สั่งเก็บภาษีแค่ 10% หลังขู่ผ่านโซเชียลขึ้น 15% ทั่วโลก

25 ก.พ. 2569 | 00:39 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.พ. 2569 | 00:52 น.

เกมพลิก! ทรัมป์ยอมถอยก้าวเล็กๆ สั่งศุลกากรลุยเก็บภาษี 10% ทั่วโลก หลังก่อนหน้าขู่ฟัน 15% นักวิเคราะห์มองเป็นกลยุทธ์ลดแรงกระแทกจากคำสั่งศาลสูง ขณะที่ทำเนียบขาวแง้ม "ของจริง" 15% อาจตามมาเร็วๆ นี้

KEY

POINTS

  • โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกในอัตรา 10% ซึ่งต่ำกว่าที่เคยประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่าจะเก็บ 15%
  • มาตรการภาษีใหม่นี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 2026 โดยเกิดขึ้นหลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำสั่งให้มาตรการภาษีเดิมเป็นโมฆะ
  • ทรัมป์หันมาใช้อำนาจตามกฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการชำระเงินของสหรัฐฯ
  • ภาคธุรกิจและชาติพันธมิตรแสดงความกังวลว่านโยบายดังกล่าวจะสร้างความสับสนและส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น

"โดนัลด์ ทรัมป์" เดินเกมต่อ สั่งศุลกากรสหรัฐฯ (CBP) เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกในอัตรา 10% ทันที มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 2026 หลังศาลสูงสุดมีคำสั่งพิพากษาให้มาตรการภาษีเดิมที่อ้างเหตุฉุกเฉินเป็นโมฆะ ด้านภาคธุรกิจและคู่ค้าระหว่างประเทศระบุ นโยบายการค้าสหรัฐฯ กำลังสร้างความสับสนและไร้ทิศทาง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กรมศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ (CBP) ได้ออกประกาศแนวทางปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026

โดยระบุว่าสินค้าทุกประเภทที่ไม่มีข้อยกเว้น จะต้องถูกจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม (Ad Valorem) ในอัตรา 10% ซึ่งเป็นการเริ่มต้นเก็บภาษีใหม่ภายใต้อำนาจตามกฎหมายการค้า มาตรา 122 เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการชำระเงินของสหรัฐฯ

การประกาศใช้อัตราภาษีที่ 10% ในครั้งนี้ สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด เนื่องจากก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน ทรัมป์ได้ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าจะขยับอัตราภาษีขึ้นไปถึง 15%

อย่างไรก็ตาม ในประกาศของ CBP ยังคงยึดตามคำสั่งเริ่มต้นที่ 10% ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งระบุกับสื่อต่างประเทศว่า การปรับขึ้นเป็น 15% อาจจะมีตามมาในภายหลัง

งัดกฎหมายปี 1974 สู้ศาลสูง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ (Supreme Court) มีคำตัดสินคว่ำคำสั่งเก็บภาษีเดิมของทรัมป์ที่อ้างว่าเป็นการประกาศภาวะฉุกเฉิน โดยศาลชี้ว่าเป็นการใช้อำนาจมิชอบ

ทรัมป์จึงตอบโต้ด้วยการหันไปใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของ Trade Act ปี 1974 ซึ่งอนุญาตให้ประธานาธิบดีกำหนดกำแพงภาษีได้ชั่วคราวเป็นเวลา 150 วัน เพื่อรับมือกับวิกฤตการขาดดุลการค้าที่สหรัฐฯ เผชิญอยู่กว่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์

พันธมิตรจี้สหรัฐฯ ทบทวน

ขณะนี้ชาติพันธมิตรหลักอย่าง ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร ได้ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ รักษาสัญญาและข้อตกลงทางการค้าเดิมที่มีร่วมกัน

โดยญี่ปุ่นเน้นย้ำว่าสหรัฐฯ ควรปฏิบัติกับบริษัทญี่ปุ่นด้วยสิทธิประโยชน์ที่เคยตกลงกันไว้ ขณะที่ภาคเอกชนในสหรัฐฯ เตือนว่า แม้ภาษีบางส่วนจะถูกยกเลิกตามคำสั่งศาล แต่การมาของภาษีใหม่ 10% นี้ จะยิ่งทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งสูงขึ้นและกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ที่มา - รอยเตอร์ส