

KEY
POINTS
สิงคโปร์ยกระดับมาตรการควบคุมโรคหัด (Measles) ทันที หลังพบสถิติผู้ติดเชื้อในเดือนมกราคม 2569 เพียงเดือนเดียวพุ่งสูงถึง 11 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากับสถิติการติดเชื้อตลอดทั้งปี 2567 โดยในจำนวนนี้พบทารก 3 รายที่อายุน้อยเกินกว่าจะได้รับวัคซีนรวมอยู่ด้วย บ่งชี้ถึงสัญญาณการแพร่ระบาดภายในท้องถิ่นที่รุนแรงขึ้น
สำนักงานโรคติดต่อ (Communicable Diseases Agency - CDA) ของสิงคโปร์ แถลงมาตรการใหม่ที่มีผลบังคับใช้ทันที ประกอบด้วยการกักตัวผู้ป่วยที่ยืนยันผลติดเชื้อโดยบังคับ (Mandatory Isolation) จนกว่าจะพ้นระยะแพร่เชื้อ
พร้อมดำเนินการสอบสวนโรคและติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดทุกราย ซึ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและไม่มีภูมิคุ้มกันจะต้องเข้ารับวัคซีนหรือกักตัวเฝ้าสังเกตอาการเป็นเวลานานสูงสุดถึง 21 วัน
ทางด้าน โก๊ะ โป คูน (Koh Poh Koon) รัฐมนตรีอาวุโสแห่งรัฐ ประจำกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า สิงคโปร์ยังมีข้อได้เปรียบเนื่องจากมีระดับภูมิคุ้มกันหมู่ในประชากรที่สูงมาก ซึ่งเป็นปราการป้องกันที่สำคัญในการยับยั้งการระบาดในวงกว้าง
สอดคล้องกับความเห็นของ ออง เย กัง (Ong Ye Kung) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า ปัจจุบันผู้ใหญ่ในสิงคโปร์กว่า 99% มีภูมิคุ้มกันต่อโรคหัดแล้ว ทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายได้ยาก
อย่างไรก็ตาม หากระดับภูมิคุ้มกันหมู่ลดลงต่ำกว่า 95% อาจทำให้ความปลอดภัยนี้หายไป จึงกำชับให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานไปรับวัคซีน MMR (หัด คางทูม และหัดเยอรมัน) ให้ครบตามกำหนด
สำหรับโรคหัดถือเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจที่แพร่เชื้อได้รุนแรงที่สุดโรคหนึ่ง ผ่านละอองฝอยในอากาศและการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งจากจมูกหรือลำคอของผู้ป่วย โดยทางการสิงคโปร์ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดท่ามกลางแนวโน้มการระบาดที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก
ที่มา Straitstimes