KEY
POINTS
นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการเพิ่มขีดความสามารถการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน รวมถึงเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของภูมิภาคอาเซียน
โดยดำเนินการร่วมกับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว และการไฟฟ้ามาเลเซียภายใต้สัญญา Energy Wheeling Agreement (EWA) โครงการบูรณาการพลังงานไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ระยะที่ 2 (Lao PDR-Thailand-Malaysia-Singapore Power Integration Project Phase 2: LTMS-PIP 2.0) ต่อยอดจากระยะที่ 1
โดยจะเพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าจากเดิม 100 เมกะวัตต์ เป็นสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์ ครอบคลุมระยะเวลา 2 ปี เป็นการซื้อขายและจัดส่งไฟฟ้าที่ผลิตใน สปป.ลาว เพื่อส่งต่อไปยังสิงคโปร์ ผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศไทยและมาเลเซีย
ซึ่งมีเส้นทางการส่งผ่านพลังงาน 2 เส้นทาง ได้แก่
“ผลจากความร่วมมือของ 4 ประเทศ ในการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนข้ามพรมแดนแบบพหุภาคี โครงการ LTMS-PIP ระยะที่ 2 เป็นการขับเคลื่อน ASEAN Power Grid (APG) สะท้อนความก้าวหน้าเชิงกลยุทธ์ด้านความร่วมมือพลังงานระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ยกระดับการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานในภูมิภาค ซึ่งจะเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว เพิ่มความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้า และรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของอาเซียนในอนาคต”
นายนรินทร์ กล่าวอีกว่า กฟผ. จะส่งผ่านไฟฟ้าจาก สปป. ลาว ไปยังสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนอย่างไร้รอยต่อ และผลักดันการพัฒนาระบบไฟฟ้าคาร์บอนต่ำที่เชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาค
Mr. Souksavart Sosouphanh รองกรรมการผู้จัดการ รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) กล่าวว่า โครงการดังกล่าวนี้จะช่วยขยายการมีส่วนร่วมของประเทศต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น และช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาค