
ญี่ปุ่นอัดฉีด 21.3 ล้านล้านเยน สู้ค่าครองชีพพุ่ง - หนี้รัฐพุ่งเขย่าตลาดการเงิน
ญี่ปุ่นเตรียมออกแพ็กเกจอัดฉีดเศรษฐกิจครั้งใหญ่สุดตั้งแต่ยุคโควิด มูลค่า 21.3 ล้านล้านเยน พร้อมลดภาษี-แจกเงินเด็ก แต่ตลาดกังวลหนี้สาธารณะพุ่งจากการออกพันธบัตรเพิ่ม
KEY
POINTS
- รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 21.3 ล้านล้านเยน เพื่อช่วยเหลือภาคครัวเรือนที่เผชิญปัญหาค่าครองชีพสูงและเงินเฟ้อ
- มาตรการดังกล่าวครอบคลุมการใช้จ่ายภาครัฐ การลดภาษี และเงินช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม เช่น เงินอุดหนุนสำหรับเด็ก
- การใช้จ่ายขนาดใหญ่และการออกพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มเพื่อเป็นทุน สร้างความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินและกดดันค่าเงินเยน
รัฐบาลญี่ปุ่นเดินหน้าจัดชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่าสูงถึง 21.3 ล้านล้านเยน หรือราว 135,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยพยุงครัวเรือนที่กำลังเผชิญภาวะเงินเฟ้อเรื้อรัง ตามร่างที่รอยเตอร์ได้รับ ซึ่งถือเป็นแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยสะท้อนนโยบายการคลังและการเงินเชิงขยายของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่ประกาศตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งว่าจะเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการลงทุนในภาคเศรษฐกิจสำคัญ
แพ็กเกจครั้งนี้มีวงเงินรายจ่ายจากบัญชีทั่วไป 17.7 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 13.9 ล้านล้านเยน พร้อมมาตรการลดภาษีอีก 2.7 ล้านล้านเยน โดยรัฐบาลตั้งเป้าใช้รายได้ภาษีที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นควบคู่กับการออกพันธบัตรรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนสรุปตัวเลขสุดท้าย แต่แหล่งข่าวระบุว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าการออกพันธบัตร 6.69 ล้านล้านเยนที่ใช้รองรับแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อปีก่อน
เมื่อรวมเงินลงทุนจากภาคเอกชนที่คาดว่าจะถูกกระตุ้นจากการใช้จ่ายภาครัฐครั้งนี้ มูลค่ารวมของมาตรการจะสูงถึง 42.8 ล้านล้านเยน โดยในจำนวนนี้ รัฐบาลจัดสรรเงิน 11.7 ล้านล้านเยนเพื่อรับมือปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นและกระตุ้นการบริโภค ส่วนอีก 7.2 ล้านล้านเยนจะถูกนำไปใช้ในภารกิจบริหารจัดการความเสี่ยงและสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
สื่อท้องถิ่นรายงานรายละเอียดเพิ่มเติมว่า หนึ่งในมาตรการที่คาดว่าจะประกาศ คือ เงินช่วยเหลือ 20,000 เยนต่อเด็กหนึ่งคน ให้แก่ครอบครัวเพิ่มเติมจากเงินอุดหนุนเด็กที่มีอยู่เดิม พร้อมกับมาตรการลดภาษีเงินได้และลดอัตราภาษีน้ำมัน ทั้งนี้ NHK เป็นสื่อแรกที่รายงานขนาดของแพ็กเกจกระตุ้นดังกล่าว
รัฐบาลวางแผนเสนอแพ็กเกจนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันศุกร์ และเตรียมเสนองบประมาณเพิ่มเติมเพื่อจัดสรรวงเงินดังกล่าวให้ทันก่อนวันที่ 28 พฤศจิกายน โดยตั้งเป้าหมายนำเข้าสู่การอนุมัติของรัฐสภาภายในสิ้นปี ขณะที่สำนักงานนายกรัฐมนตรียังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นต่อร่างมาตรการชุดนี้
นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิยังประกาศว่าจะเดินหน้าผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ ชิปเซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมต่อเรือ ควบคู่กับการใช้จ่ายขนาดใหญ่เพื่อประคองภาคครัวเรือน แต่ขณะเดียวกันความคาดหวังว่ารัฐบาลจะใช้นโยบายการคลังเชิงรุกท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยต่ำ ได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงิน ส่งผลให้เกิดแรงขายทั้งในตลาดพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นและค่าเงินเยนในช่วงที่ผ่านมา







