thansettakij
thansettakij
ทองเสี่ยงร่วงหนักสุดรอบ 17 ปี! นักลงทุนทิ้งเข้าซบดอลลาร์สู้เงินเฟ้อ

ทองเสี่ยงร่วงหนักสุดรอบ 17 ปี! นักลงทุนทิ้งเข้าซบดอลลาร์สู้เงินเฟ้อ

31 มี.ค. 69 | 10:06 น.
อัปเดตล่าสุด :31 มี.ค. 69 | 10:27 น.

ทองคำส่อร่วงหนักสุดรอบ 17 ปี หลังเดือนมีนาคมดิ่งแล้ว 13% แม้ระยะสั้นมีแรงซื้อคืน แต่ภาพรวมยังถูกกดดันหนักจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและดอกเบี้ยเฟดที่ส่อค้างสูง ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่บีบให้เปลี่ยนสินทรัพย์ปลอดภัย

KEY

POINTS

  • ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวลดลงรายเดือนมากที่สุดในรอบกว่า 17 ปี โดยในเดือนมีนาคมลดลงมากกว่า 13%
  • นักลงทุนเทขายทองคำเพื่อหันไปถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะ "สินทรัพย์ปลอดภัย" เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ
  • ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป ซึ่งส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันราคาทองคำ

วันที่ 31 มีนาคม รอยเตอร์รายงาน ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในการซื้อขายวันอังคาร แต่ภาพรวมทั้งเดือนยังมีแนวโน้มลดลงหนักที่สุดในรอบกว่า 17 ปี เนื่องจากนักลงทุนหันไปถือเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” มากกว่า ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดันเงินเฟ้อสูงขึ้น และทำให้ตลาดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงต่อไป

ราคาทองคำตลาดสปอตเพิ่มขึ้น 0.9% มาอยู่ที่ 4,550.68 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (1.49 บาท) ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.5% อยู่ที่ 4,580.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (1.65 แสนบาท)

อย่างไรก็ตามตลอดเดือนมีนาคมราคาทองคำลดลงมากกว่า 13% และอาจเป็นการปรับลงแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 แม้ในภาพรวมไตรมาสแรก ราคายังเพิ่มขึ้นประมาณ 5% โดยก่อนหน้านี้เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 5,594.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (2.01 แสนบาท) แต่ปัจจุบันลดลงจากจุดสูงสุดแล้วราว 18.7%

นักวิเคราะห์จาก KCM Trade มองว่า ทองคำยังน่าสนใจในเชิง “ของถูกน่าซื้อ” เมื่อเทียบกับราคาช่วงก่อนหน้า โดยการที่ราคาทองคำดีดขึ้นในวันนี้ มาจากหลายปัจจัย เช่น ราคาน้ำมันที่ลดลงค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลงชั่วคราว และระดับราคาที่จูงใจให้เข้าซื้อ

ปกติทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนของโลก แต่ครั้งนี้ราคาพลังงานที่พุ่งจากสงคราม กลับทำให้ตลาดกังวลเงินเฟ้อสูง และคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ลดดอกเบี้ย ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและน่าสนใจมากกว่า

ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่ามากที่สุดในรอบหลายเดือน โดยได้แรงหนุนจากสถานะของสหรัฐที่เป็นผู้ส่งออกพลังงาน และนักลงทุนที่เลือกถือเงินสดในช่วงสถานการณ์ไม่แน่นอน

ขณะเดียวกันตลาดแทบไม่คาดหวังแล้วว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมที่เคยมองว่าจะลดประมาณ 2 ครั้งก่อนเกิดสงคราม นักวิเคราะห์ยังเตือนว่าหากช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่ ราคาน้ำมันอาจผันผวนและปรับขึ้นได้อีก ซึ่งจะยิ่งกดดันราคาทองคำต่อไป

อย่างไรก็ดี โกลด์แมน แซคส์ ยังมองระยะยาวว่าทองคำมีโอกาสขึ้นไปแตะ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (1.94 แสนบาท) ภายในปี 2569 จากแรงซื้อของธนาคารกลาง และแนวโน้มดอกเบี้ยที่อาจผ่อนคลายในอนาคต

ด้านโลหะมีค่าอื่น ๆ ปรับขึ้นเล็กน้อย โดยเงินเพิ่ม 2.7% แพลทินัมเพิ่ม 1% และพัลลาเดียมเพิ่ม 1.5% แต่ทั้งหมดนี้ยังคงลดลงราว 20% เมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือนมีนาคม

แหล่งข้อมูล : รอยเตอร์