
เงินดอลลาร์เผชิญแรงถดถอย เมื่อสินทรัพย์สหรัฐฯ ขาดความเชื่อมั่น
SCB EIC วิเคราะห์กระแส Dedollarization แม้ดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลเงินหลักของโลก แต่บทบาทกำลังลดลงจากความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สั่นคลอน
KEY
POINTS
- ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจและสินทรัพย์สหรัฐฯ ลดลงจากนโยบายที่ไม่แน่นอนและหนี้สาธารณะที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า
- หลายประเทศลดการพึ่งพาและถือครองเงินดอลลาร์ในทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และการที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการกีดกันทางการเงิน
- แม้ความสำคัญของดอลลาร์จะค่อยๆ ลดลง แต่ปัจจุบันยังไม่มีสกุลเงินอื่นที่สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อกลางการชำระเงินและสินทรัพย์ปลอดภัยทดแทนได้อย่างสมบูรณ์
ปรากฏการณ์ Dedollarizationหรือการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ กำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเงินโลก เมื่อความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและสินทรัพย์สหรัฐฯ เริ่มสั่นคลอน สะท้อนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ควบคู่กับการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปัจจัยสำคัญมาจากนโยบายเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและมีลักษณะสุดโต่ง โดยเฉพาะด้านการค้าและการคลัง ที่กระทบต่อทิศทางนโยบายการเงินและความน่าเชื่อถือของประเทศ
ผ่านการวิเคราะห์ของ SCB EIC มองว่า บทบาทของสหรัฐฯ ในระบบเศรษฐกิจโลกปรับลดลงต่อเนื่องตลอดสองทศวรรษ ขณะที่จีนและตลาดเกิดใหม่เพิ่มบทบาทมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เช่น การที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการกีดกันทางการเงินกับบางประเทศ ทำให้สกุลเงินดอลลาร์ไม่ได้ผูกขาดบทบาทเหมือนในอดีต และผลักดันให้หลายชาติหันมากระจายความเสี่ยง ลดการถือครองดอลลาร์สหรัฐในทุนสำรองระหว่างประเทศ
อีกทั้งนโยบายเศรษฐกิจการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำปัจจุบัน ยังยิ่งเร่งกระบวนการ Dedollarization ให้ก้าวเร็วขึ้น โดยเฉพาะประเด็น ความไม่ยั่งยืนของหนี้สาธารณะ ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ต่อเนื่อง ตลอดจนความเสื่อมถอยของคุณภาพสถาบันเศรษฐกิจ-การเมือง อาทิ ความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ถูกตั้งคำถามว่าจะสามารถรักษาเสถียรภาพของดอลลาร์ได้เพียงใด
อย่างไรก็ตาม SCB EIC ประเมินว่า ยังไม่มีสกุลเงินใดสามารถทดแทนดอลลาร์สหรัฐได้ทั้งสองบทบาทหลัก ได้แก่ การเป็นสื่อกลางชำระเงินของธุรกรรมการค้า-การลงทุนระหว่างประเทศ และการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Asset)
สำหรับทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ แม้บางสกุลเงินจะเหมาะสำหรับการทำธุรกรรม แต่ยังไม่ตอบโจทย์ในการถือเป็นทุนสำรอง หรือบางสกุลเงินอาจถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้ แต่อาจขาดสภาพคล่องในตลาดโลก
ดังนั้น แม้ดอลลาร์ยังคงมีโครงสร้างพื้นฐานการเงินที่ก้าวหน้าที่สุดและตลาดการเงินขนาดใหญ่ แต่ความสำคัญจะค่อย ๆ ลดลง หลายประเทศเริ่มหันไปใช้ สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าการลงทุน มากขึ้น และกระจายการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยจากหลากหลายแหล่ง เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ แต่ละขั้วเศรษฐกิจโลกอาจสร้าง “สมดุลใหม่” ในระบบการเงินในอนาคต
สำหรับประเทศไทย ผลจากความผันผวนของเงินดอลลาร์กระทบโดยตรงต่อ อัตราแลกเปลี่ยน และ มูลค่าสินทรัพย์ต่างประเทศ ที่ถือครอง ซึ่งเพิ่มความเปราะบางให้กับเศรษฐกิจเปิดอย่างไทย SCB EIC แนะนำให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน กระจายความเสี่ยง ด้วยการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยหลายสกุล และใช้สกุลเงินอื่นในการทำธุรกรรมการค้าการลงทุนมากขึ้น เพื่อเสริมความยืดหยุ่นทางการเงินและลดความเสี่ยงจากการผูกติดกับดอลลาร์เพียงสกุลเดียว







