
ฝรั่งเศสเดือด ประชาชนครึ่งล้าน ชุมนุมประท้วง บานปลายเกิดจลาจลหลายเมือง ลามยุโรป
ประชาชนในฝรั่งเศสมากกว่า 5 แสนคนชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ ต่อต้านค่าครองชีพพุ่งสูง แต่บานปลายเกิดการก่อจลาจลในหลายเมืองในฝรั่งเศส ครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลาย 10 ปี ปล้นสะดม เผาอาคารรัฐ จุดชนวนประท้วงลามหลายเมืองในยุโรป
KEY
POINTS
- ประชาชนชาวฝรั่งเศสกว่า 550,000 คน ชุมนุมประท้วงทั่วประเทศเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น
- การประท้วงบานปลายเป็นเหตุจลาจลรุนแรงในหลายเมือง มีการปะทะกับตำรวจ เผาทำลายอาคารราชการ ปล้นสะดมร้านค้า และมีผู้ถูกจับกุมกว่า 1,200 คน
- สถานการณ์ได้ลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรป เช่น เบลเยียม โปรตุเกส และอิตาลี ที่มีการจัดการประท้วงในประเด็นค่าครองชีพสูงเช่นกัน
18 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า การชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องให้แก้ปัญหาค่าครองชีพและบริการสาธารณะในฝรั่งเศสเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 2569 ตามเวลาท้องถิ่นลุกลามบานปลายกลายเป็นเหตุความรุนแรง และนำไปสู่การก่อจลาจลครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลาย 10 ปีของฝรั่งเศส
การชุมนุมประท้วงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศฝรั่งเศส เพื่อแสดงความไม่พอใจรัฐบาล โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายกลุ่ม ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา สหภาพแรงงาน และกลุ่มผู้สนับสนุนขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง (Gilets jaunes) ทั้งนี้ เบื้องต้นมีรายงานการนัดหมายจัดกิจกรรมประมาณ 250 จุด และการเดินขบวน 80 ขบวนทั่วประเทศ
ประชาชนในฝรั่งเศสมากกว่า 5 แสนคน ชุมนุมประท้วง เกิดการก่อจลาจลในหลายเมือง
ทั้งนี้ทางการระบุว่ามีผู้เข้าร่วมราว 550,000 คนทั่วประเทศ ขณะที่สหภาพแรงงาน CGT ประเมินว่ามีมากถึง 800,000 คน โดยจุดพลุประท้วงใหญ่ในฝรั่งเศส กว่า 110,000 คน อยู่ใจกลางกรุงปารีส
การเริ่มต้นชุมนุมประท้วงในวันเสาร์ผ่านไปนั้น กลุ่มคนหนุ่มสาวได้เดินขบวนออกจากเส้นทางเดินขบวนที่ถูกตำรวจสั่งห้ามและปิดกั้นไม่ให้ใช้เส้นทางถนนที่มีคำสั่งไว้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้ถนน หรือเส้นทางอื่นๆ ในหลายสถานที่ และเดินไปยังถนนฌองเอลิเซ่ และทำการปล้นสะดมตามร้านค้าเมื่อเดินผ่านถนนด้านข้างใกล้ๆ ย่านดังกล่าว ซึ่งเกิดการปะทะกับตํารวจ
ปล้นสะดมร้านหรู-เผาศาลากลางเมือง-สำนักงานท่องเที่ยว
ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่จะเดินขบวนอย่างสงบ แต่มีกลุ่มหัวรุนแรงสวมชุดดำปิดหน้าเผาและทำลายอาคารรัฐ เช่น ศาลากลางเมืองลีมอฌ (Limoges) ศาลาว่าการอายุ 143 ปี และเป็นหนึ่งในอาคารประวัติศาสตร์สำคัญของเมือง ถูกจุดไฟเผา ศาลากลางเมืองมาร์แซย์ (Marseille) ถูกพ่นกราฟฟิตี้ และสำนักงานท่องเที่ยวเมืองลียง (Lyon) ถูกวางเพลิง รวมถึงมีการปล้นสะดมร้านค้าหรูและซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย
อีกทั้งระหว่างการชุมนุมประท้วงในเมืองลียง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส โดยกลุ่มบุคคลสวมหน้ากากและแต่งกายสีดำบุกทำลายสำนักงานการท่องเที่ยวบริเวณจัตุรัสเบลกูร์ (Place Bellecour) ก่อนจุดไฟเผาจนเปลวเพลิงลุกท่วมอาคาร ควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ท่ามกลางผู้ชุมนุมจำนวนมาก
เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 14.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 19.30 น. ตามเวลาไทย ขณะที่มีการขว้างปาสิ่งของและยิงพลุใส่ตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าสลายกลุ่มผู้ก่อเหตุ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงอาคารที่กำลังถูกไฟไหม้ได้ในช่วงแรก เนื่องจากถูกขัดขวาง ก่อนตำรวจจะเปิดทางให้หน่วยดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์หลังเวลา 15.00 น. นอกจากนี้ ยังมีรายงานร้านค้าหลายแห่งในย่านใจกลางเมืองถูกทุบทำลายเอาสินค้า
สถานการณ์ในกรุงปารีส และเมืองอื่นทั่วฝรั่งเศส
กรุงปารีส มีรายงานการนัดหมายชุมนุมประท้วง ในหลายพื้นที่สำคัญ อาทิ Place de l’Opéra, Place de la République, Place de la Bastille และบริเวณ Grands Boulevards รวมถึงบริเวณ Le Grand Rex และ Pont Saint-Michel
เมืองมาร์กเซย (Marseille) เกิดเหตุผู้ประท้วงบางส่วนบุกเข้าอาคารศาลากลาง ทุบทำลายร้านค้าบนถนนลากาเนอบิแยร์ (La Canebière) และสร้างความเสียหายแก่สถานีตำรวจเทศบาล
เมืองลีลล์ (Lille) มีรายงานกลุ่มผู้ก่อเหตุบุกเข้าไปในอาคารศาลากลาง ทุบประตูกระจกและทำลายทรัพย์สินภายใน
เมืองแรนส์ (Rennes) มีการตั้งเครื่องกีดขวางและจุดไฟบนถนนวงแหวน ส่งผลกระทบต่อการจราจร
เมืองตูลูส (Toulouse) เกิดการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมบางส่วนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ท่ามกลางการชุมนุมในเขตใจกลางเมือง
เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมประชาชนที่ชุมนุมประท้วงกว่า 1,200 คนในการประท้วงทั่วประเทศในวันเสาร์ผ่านไป ตำรวจจะทำการจับกุมเพิ่มเติมอีกภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการประท้วงทั่วประเทศ
นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวว่า ไม่มีพื้นที่สำหรับความรุนแรงในที่สาธารณะเด็ดขาด และประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการประท้วงทั่วประเทศในเมื่อวันเสาร์ผ่านไป ผู้ที่ก่อเหตุโจมตี ทำลาย สร้างความเสียหายต่ออาคาร และภาคธุรกิจ รัฐบาลฝรั่งเศสจะดําเนินคดี และลงโทษ
รัฐบาลฝรั่งเศสจะยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวเพื่อต่อต้านกลุ่มผู้สร้างความโกลาหล เพียงเพื่อต้องการแสวงหาการล้มล้างสถาบันของเรา และป้องกันไม่ให้ผู้ที่แสดงข้อเรียกร้องอย่างสันติทําการรุนแรง
นายเซบัสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อประณามความรุนแรงในการประท้วงบางส่วนทั่วฝรั่งเศส ว่า การประท้วงอย่างสันติให้มีขึ้นในสถานที่ที่เหมาะสมในสาธารณรัฐฝรั่งเศส
แต่การลอบวางเพลิง การปล้นสะดม และการโจมตีในการประท้วงล้วนเป็นการกระทำผิดกฎหมาย การประท้วงครั้งใหญ่อย่างรุนแรงเป็นการจัดตั้งมาจากกลุ่มการเมืองหัวซ้ายสุด ทำให้เกิดความรุนแรงในหลายเมืองของฝรั่งเศส
กระทรวงยุติธรรม โดยสำนักอัยการแห่งชาติ ฝรั่งเศส เปิดเผยว่า การจับกุม และกักขังกลุ่มผู้ชุมนุมมีเกิดขึ้นทั่วทุกเขตปกครองของกรุงปารีส จากการตรวจสอบ พบว่า ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เข้าร่วมในกลุ่มที่ก่อตั้งขึ้นโดยมีเจตนาที่จะกระทําการรุนแรง หรือทําลายทรัพย์สิน
บุคคลที่เข้าร่วมกลุ่มชุมนุมที่มีเป้าหมายดังกล่าวล้วนครอบครองกระสุนปืนในกระเป๋า มีการพกอาวุธ เช่น มีด มีการครอบครองวัตถุระเบิด ปกปิดใบหน้า และกระทําการรุนแรงอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมผ่านมา กลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในประเทศฝรั่งเศส รวมตัวชุมนุมประท้วงในหลายเมือง สาเหตุมาจากความไม่พอใจต่อสภาพระบบการศึกษา
ทั้งการขาดแคลนครู อาคารเรียนทรุดโทรมปัญหาท่อน้ำรั่วซึม และการระบาดของหนูในสถานศึกษา การชุมนุมในครั้งนั้นปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมาที่บริเวณชานกรุงปารีสก่อนลุกลามไปทั่วประเทศ
จากนั้นขยายวงกว้างจากกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษา ไปสู่กลุ่มผู้ปกครอง นักศึกษามหาวิทยาลัยและสหภาพแรงงาน นอกจากนี้ ประชาชนออกมาร่วมเดินขบวนทั่วประเทศหลายแสนคน ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงต่างเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ยุติการใช้กำลังปราบปรามความรุนแรง
หนึ่งในผู้ชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่เมื่อวันเสาร์ในฝรั่งเศส มีชื่อว่า โลล่า วัย 19 ปี เปิดเผยว่า เรากําลังต่อสู้เพราะค่าครองชีพพุ่งสูง และรุนแรงเกินไป เพราะราคาน้ำมันสูงเกินไป เพราะนักเรียนมัธยมปลายถูกทำร้ายอย่างรุนแรง และโดนทําร้ายทั่วประเทศ เพียงเพราะเราพยายามประท้วง และขอจำนวนครูมากขึ้น และขอให้มีสภาพการเรียนรู้ที่ดีขึ้น
การประท้วงในฝรั่งเศส จุดชนวน ลามถึงหลายเมืองในยุโรป
การประท้วงในฝรั่งเศสยังจุดชนวนให้เกิดการประท้วงในประเทศอื่นๆ ของยุโรป เช่น ในประเทศเบลเยียม โปรตุเกส และอิตาลี เผชิญกับการประท้วงขนาดเล็กในวันเสาร์ที่ผ่านไปเช่นกัน เนื่องจากค่าครองชีพเพิ่มสูงมากขึ้นในยุโรป
โดยผู้ประท้วงในประเทศแอลเบเนียรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อต่อต้านการทุจริตของรัฐบาล ไม่มีงานทำ และมาตรฐานการศึกษาที่ไม่ดี ตำรวจจในแอลบาเนียยิงกระสุนยางใส่ผู้ประท้วงเมื่อวานนี้ ซึ่งนับเป็นวันที่ 5 ของการประท้วงของนักเรียนจํานวนมากในแอลบาเนีย และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเอดี รามา ลาออกด้วย
ในโปรตุเกส ผู้ร่วมชุมนุมประท้วงเมื่อวันเสาร์ผ่านไปมีจำนวนกว่าหลายหมื่นคนลงถนนในกรุงลิสบอน เพื่อประท้วงสถานการณ์ราคาที่อยู่อาศัย และค่าครองชีพอื่นๆ พุ่งสูงมาก ราคาที่อยู่อาศัยในโปรตุเกสเพิ่มขึ้น 2 เท่าตั้งแต่ปี 2017 ทําให้เกิดวิกฤตความสามารถในการใช้จ่ายเพื่อบริโภคที่เลวร้ายที่สุดในยุโรป
ในอิตาลี การเดินขบวนเพื่อต่อต้านค่าครองชีพที่สูงในกรุงมิลาน กลับกลายนำไปสู่ความโกลาหล ตำรวจอิตาลีเข้าควบคุมจัตุรัสมหาวิหารกลางด้วยการยิงแก๊สน้ําตา ตํารวจในเมืองโบโลญญาใช้ปืนฉีดน้ำเพื่อสลายฝูงชน และทําการจับกุมผู้ชุมนุม 7 คนหลังทำให้การประท้วงกลายเป็นความรุนแรง




