
โบอิ้งเลิกจ้างพนักงานในวอชิงตันเพิ่ม 396 คน เซ่นวิกฤตเศรษฐกิจองค์กร
โบอิ้งประกาศเลิกจ้างพนักงานในรัฐวอชิงตันเพิ่มอีก 396 คน เซ่นวิกฤตเศรษฐกิจองค์กร ตอกย้ำความท้าทายอุตสาหกรรมการบิน
บริษัทโบอิ้ง (Boeing) ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศเลิกจ้างพนักงานในรัฐวอชิงตันเพิ่มอีก 396 คนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่ที่ประกาศไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าการเลิกจ้างในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินและลำดับความสำคัญขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไป
ตามเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานประกันการจ้างงานของรัฐวอชิงตัน การเลิกจ้างในครั้งนี้เป็นรอบที่สองจากการปลดพนักงานทั่วสหรัฐฯ โดยรอบแรกเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้พนักงานในรัฐวอชิงตันจำนวน 2,199 คนต้องออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้เมื่อรวมจำนวนเลิกจ้างทั้งสองรอบ พนักงานในรัฐนี้ที่ได้รับผลกระทบมีจำนวนเกือบ 2,600 คน
แผนการลดพนักงานของโบอิ้งครั้งนี้ครอบคลุมถึงตำแหน่งงานทุกระดับและทุกประเภท รวมถึงพนักงานในสหภาพแรงงานการบินและอวกาศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเกือบร้อยละ 4 ของทั้งหมด การเลิกจ้างที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงแรงกดดันที่โบอิงต้องเผชิญจากสถานการณ์ทางการเงินขององค์กร ซึ่งซีอีโอ เคลลี ออร์ตเบิร์ก ได้กล่าวไว้ว่า จำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานให้เหมาะสมกับภาระงานที่ลดลง
รัฐวอชิงตันเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องบินของโบอิ้งและมีพนักงานรวมกว่า 66,000 คน ถือเป็นรัฐที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเลิกจ้างครั้งนี้ การประกาศเลิกจ้างยังเกิดขึ้นในขณะที่โบอิ้งพยายามฟื้นตัวจากการหยุดชะงักของสายการผลิตเครื่องบินรุ่นขายดีอย่าง 737 MAX ที่เคยถูกระงับไปในช่วงก่อนหน้าเนื่องจากการประท้วงหยุดงานของพนักงานจำนวนมากในชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ
โบอิ้งยังดำเนินการเสริมสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทด้วยการระดมทุนจากตลาดหุ้นมูลค่ากว่า 24.3 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อลดความเสี่ยงทางการเงินและรักษาอันดับความน่าเชื่อถือด้านเครดิตของบริษัท ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก
การตัดสินใจครั้งนี้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของท้องถิ่นในรัฐวอชิงตันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจในพื้นที่ การเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากในเวลาอันใกล้นี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อแรงงานที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสนับสนุน
นอกจากรัฐวอชิงตัน การเลิกจ้างรอบแรกยังส่งผลกระทบถึงพนักงานในรัฐออริกอน เซาท์แคโรไลนา และมิสซูรี โดยจำนวนพนักงานทั้งหมดที่ถูกเลิกจ้างในครั้งนั้นอยู่ที่ราว 3,500 คนทั่วประเทศ การปรับลดครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในแผนการเลิกจ้างครั้งใหญ่ที่สุดของโบอิ้งในรอบหลายปี ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันที่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกต้องเผชิญจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและความต้องการเดินทางที่ลดลง






