
สหภาพยุโรปช่วยเวียดนามทำฟาร์มกุ้งยั่งยืน
หนังสือพิมพ์เวียดนามนิวส์ รายงานว่า หน่วยงานของสหภาพยุโรป (อียู) ได้ให้ความช่วยเหลือเวียดนามในโครงการนำร่องฟาร์มกุ้งยั่งยืนและการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ในเขตสามเหลี่ยมแม่น้ำโขง
รายงานข่าวระบุ โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์ความร่วมมือนานาชาติเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและประมงยั่งยืนและองค์กรอ็อกแฟม โดยได้เงินช่วยเหลือจากอียู 2.5 ล้านยูโร (ประมาณ 99.45 ล้านบาท) เพื่อการพัฒนาการเลี้ยงกุ้งและการแปรรูป ในพื้นที่จังหวังซ้อกจัง จังหวัดบักเลียวและจังหวัดก่าเมา ซึ่งเป็นจังหวัดในแถบกู๋ลอง หรือสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง
เวียดนามนิวส์ระบุว่า กลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากความช่วยเหลือของอียูคือ ผู้เลี้ยงกุ้งและกลุ่มผู้แปรรูปสินค้ารายกลางและเล็ก
นายอะเลฮานโดร มอนตัลบาน (Alejandro Montalban) อัครราชทูตที่ปรึกษาของอียูประจำเวียดนาม กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยทำให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างถูกต้องมีความรับผิดชอบ และช่วยพัฒนาสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งลดของเสียจากระบบการผลิต
ทูตของอียูระบุว่า โครงการความช่วยเหลือจากอียู จะมีการสนับสนุนทางด้านให้ความรู้และเทคนิคและการเงินโดยตรงต่อผู้เลี้ยงกุ้งและผู้แปรรูปสินค้ากุ้งรายย่อยโดยร่วมกับพันธมิตรที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้เลี้ยงกุ้งและผู้แปรรูปรายย่อย มีพลังในการต่อรองกับภาคส่วนอื่นๆ ในห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น
นางเหวียน เล ฮวา (Nguyen Le Hoa) รองผู้อำนวยการ ออกซ์แฟม (Oxfam) เวียดนามซึ่งเป็นสหพันธ์ขององค์กรนานาชาติที่ทำงานทางด้านแก้ปัญหาความยากจนและความไม่เป็นธรรมและเป็นองค์กรพันธมิตรของอียูในโครงการนี้กล่าวว่า ขณะนี้มีชาวเวียดนามประมาณ 1 ล้านคนที่มีรายได้จากการเพาะเลี้ยงโดย 80% ของกลุ่มธุรกิจนี้เป็นกิจการขนาดกลางและเล็ก และมีอีก 3 ล้านคนที่ทำงานในโรงงานแปรรูปกุ้ง
นางฮวา กล่าวว่าการเลี้ยงกุ้งที่ผ่านมาขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยไร้ระเบียบไม่มีการจัดแบ่งพื้นที่อย่างเหมาะสมทำให้เกิดปัญหามลพิษในน้ำจืด ทำให้ป่าโกงกางลดลงซึ่งมีผลต่อเนื่องไปถึงการลดลงของสัตว์น้ำ และยังทำให้เกิดการระบาดของโรคในฟาร์มกุ้ง
เธอกล่าวว่า ปัญหาการเลี้ยงกุ้งเกิดจากการใช้พันธุ์ที่ไม่ได้คุณภาพและการใช้ยาโดยไม่มีการควบคุมโดยผู้ขายพันธุ์กุ้งไม่มีความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,162 วันที่ 2 - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559
รายงานข่าวระบุ โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์ความร่วมมือนานาชาติเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและประมงยั่งยืนและองค์กรอ็อกแฟม โดยได้เงินช่วยเหลือจากอียู 2.5 ล้านยูโร (ประมาณ 99.45 ล้านบาท) เพื่อการพัฒนาการเลี้ยงกุ้งและการแปรรูป ในพื้นที่จังหวังซ้อกจัง จังหวัดบักเลียวและจังหวัดก่าเมา ซึ่งเป็นจังหวัดในแถบกู๋ลอง หรือสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง
เวียดนามนิวส์ระบุว่า กลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากความช่วยเหลือของอียูคือ ผู้เลี้ยงกุ้งและกลุ่มผู้แปรรูปสินค้ารายกลางและเล็ก
นายอะเลฮานโดร มอนตัลบาน (Alejandro Montalban) อัครราชทูตที่ปรึกษาของอียูประจำเวียดนาม กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยทำให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างถูกต้องมีความรับผิดชอบ และช่วยพัฒนาสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งลดของเสียจากระบบการผลิต
ทูตของอียูระบุว่า โครงการความช่วยเหลือจากอียู จะมีการสนับสนุนทางด้านให้ความรู้และเทคนิคและการเงินโดยตรงต่อผู้เลี้ยงกุ้งและผู้แปรรูปสินค้ากุ้งรายย่อยโดยร่วมกับพันธมิตรที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้เลี้ยงกุ้งและผู้แปรรูปรายย่อย มีพลังในการต่อรองกับภาคส่วนอื่นๆ ในห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น
นางเหวียน เล ฮวา (Nguyen Le Hoa) รองผู้อำนวยการ ออกซ์แฟม (Oxfam) เวียดนามซึ่งเป็นสหพันธ์ขององค์กรนานาชาติที่ทำงานทางด้านแก้ปัญหาความยากจนและความไม่เป็นธรรมและเป็นองค์กรพันธมิตรของอียูในโครงการนี้กล่าวว่า ขณะนี้มีชาวเวียดนามประมาณ 1 ล้านคนที่มีรายได้จากการเพาะเลี้ยงโดย 80% ของกลุ่มธุรกิจนี้เป็นกิจการขนาดกลางและเล็ก และมีอีก 3 ล้านคนที่ทำงานในโรงงานแปรรูปกุ้ง
นางฮวา กล่าวว่าการเลี้ยงกุ้งที่ผ่านมาขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยไร้ระเบียบไม่มีการจัดแบ่งพื้นที่อย่างเหมาะสมทำให้เกิดปัญหามลพิษในน้ำจืด ทำให้ป่าโกงกางลดลงซึ่งมีผลต่อเนื่องไปถึงการลดลงของสัตว์น้ำ และยังทำให้เกิดการระบาดของโรคในฟาร์มกุ้ง
เธอกล่าวว่า ปัญหาการเลี้ยงกุ้งเกิดจากการใช้พันธุ์ที่ไม่ได้คุณภาพและการใช้ยาโดยไม่มีการควบคุมโดยผู้ขายพันธุ์กุ้งไม่มีความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,162 วันที่ 2 - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559






