thansettakij
thansettakij
สหรัฐลงดาบ "ไชน่า เทเลคอม" ฐานเป็นภัยความมั่นคง

สหรัฐลงดาบ "ไชน่า เทเลคอม" ฐานเป็นภัยความมั่นคง

11 ธ.ค. 63 | 12:26 น.

คณะกรรมการด้านการสื่อสารของรัฐบาลกลางสหรัฐ ลงดาบ "ไชน่า เทเลคอม" ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมของจีน โดยสหรัฐเริ่มถอนใบอนุญาตทำธุรกิจ อ้างเหตุผลบริษัทจีนรายนี้เป็นภัยความมั่นคง

 

คณะกรรมการด้านการสื่อสารของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FCC) ได้เริ่มกระบวนการ เพิกถอนใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจ ของ บริษัทไชน่า เทเลคอม ในสหรัฐอเมริกาแล้ว โดย FCC ดำเนินการดังกล่าวเพื่อกวาดล้างบทบาทของจีนในการทำธุรกิจด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของสหรัฐ

 

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานวานนี้ (10 ธ.ค.) อ้างอิงการเปิดเผยของนายเอจิต ไพ ประธาน FCC ระบุว่า สำนักงานของรัฐบาลสหรัฐหลายแห่งได้แนะนำให้เพิกถอนใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจของไชน่า เทเลคอม โดยระบุถึงความวิตกด้านความมั่นคงของชาติ “มีความวิตกอย่างมากว่า ไชน่า เทเลคอมจะถูกบังคับให้ปฏิบัติตามการเรียกร้องของรัฐบาลจีนในการขอข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงการดักฟังการสื่อสารในสหรัฐ” ประธาน FCC ระบุ

สหรัฐลงดาบ "ไชน่า เทเลคอม" ฐานเป็นภัยความมั่นคง

ทั้งนี้ ไชน่า เทเลคอม ซึ่งเป็นบริษัทด้านการสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของจีน ได้รับใบอนุญาตในการให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมในสหรัฐเป็นเวลาเกือบ 20 ปี แต่ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมสหรัฐและหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐบาลกลางสหรัฐได้เรียกร้องให้ FCC ยกเลิกใบอนุญาตของไชน่า เทเลคอมในการดำเนินธุรกิจในสหรัฐ โดยระบุว่า การดำเนินธุรกิจของไชน่า เทเลคอม ทำให้สหรัฐเผชิญความเสี่ยงด้านความมั่นคงของชาติ

 

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อวานนี้ FCC ยังได้ปฏิเสธคำร้องของบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ที่ขอให้ FCC ทบทวนการตัดสินใจในการระบุว่า หัวเว่ยเป็นภัยต่อเครือข่ายการสื่อสารและความมั่นคงของสหรัฐ

 

หัวเว่ยระบุในแถลงการณ์ว่า รู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจของ FCC ที่สั่งยกเลิกการใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยในเครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคมของสหรัฐ โดยระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้พลเมืองสหรัฐในพื้นที่ชนบทเผชิญความเสี่ยงด้านการติดต่อสื่อสารที่จำเป็นและเชื่อถือได้ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"หัวเว่ย"เดือด โต้สหรัฐป่วนซัพพลายเชน หวังฮุบตลาด

อังกฤษลั่นเคียงข้างสหรัฐ แบน 5G "หัวเว่ย"

สหรัฐบีบหนักผู้ผลิตชิปจีน เพิ่มอุณหภูมิเดือด Tech War

 

รายงานข่าวระบุว่า ไม่เพียงแต่ ไชน่า เทเลคอมเท่านั้น ที่เริ่มถูกเพิกถอนใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจในสหรัฐอเมริกา เพราะเมื่อเร็ว ๆนี้ บริษัท S&P Dow Jones Indices LLC ซึ่งเป็นผู้จัดทำดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์ก ก็เพิ่งประกาศถอนหุ้นของบริษัทจีนจำนวน 10 แห่งออกจากการคำนวนในดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐทุกดัชนี ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป

บริษัทจีนที่อยู่ในกลุ่มนี้ มีบริษัทหางโจว ฮิควิชั่น ดิจิทัล เทคโนโลยี และบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง อินเตอร์เนชันแนล คอร์ป (SMIC) ผู้ผลิตเซมิคอนดัคเตอร์รายใหญ่ของจีนรวมอยู่ด้วย และการถอดถอนหุ้นของบริษัทจีนเหล่านี้ ก็เป็นไปตามคำสั่งของคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ตัดสินใจขึ้นบัญชีดำบริษัทที่อยู่ใต้อาณัติการควบคุมหรือเป็นเจ้าของโดยกองทัพจีน

 

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ประกาศขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนอีก 4 รายด้วยข้อกล่าวหาที่ว่า บริษัทเหล่านั้นถูกควบคุมหรือเป็นเจ้าของโดยกองทัพจีน ซึ่งความเคลื่อนไหวของสหรัฐครั้งนี้ ส่งผลให้บริษัทจีนที่ถูกขึ้นบัญชีดำโดยสหรัฐ มีจำนวนทั้งสิ้น 35 ราย

 

บริษัทจีนทั้ง 4 รายดังกล่าวได้แก่ บริษัท SMIC, บริษัทไชน่า เนชั่นแนล ออฟชอร์ ออยล์ คอร์ป (CNOOC), บริษัทไชน่า คอนสตรัคชัน อินเตอร์เนชันแนล เทคโนโลยี และบริษัทไชน่า อินเตอร์เนชันแนล เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลติ้ง คอร์ป

 

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐถือเป็นตลาดแห่งที่ 2 ที่ประกาศถอดถอนหุ้นของบริษัทจีน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ FTSE Russell ซึ่งเป็นบริษัทจัดทำดัชนีหุ้นของอังกฤษ ได้ประกาศถอดหุ้นบริษัทจีน 8 รายออกจากดัชนีต่าง ๆ ของบริษัท หลังจากที่สหรัฐสั่งขึ้นบัญชีดำและจำกัดการซื้อขายหุ้นของบริษัทเหล่านั้น

 

โฆษกของบริษัทตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ FTSE Russell ระบุว่า FTSE Russell จะถอดหุ้นบริษัทจีน 8 รายซึ่งรวมถึง หางโจว ฮิควิชั่น ดิจิทัล เทคโนโลยี, ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น และไชน่า สเปสแซท ออกจากการคำนวณดัชนี FTSE Global Equity Index Series และดัชนีอื่น ๆ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป