
โควิดพลิกวิกฤติเป็นโอกาส อาหาร 5 ชนิดในจีนโตพรวด
โควิดช่วยพลิกวิกฤติเป็นโอกาส อาหาร 5 ชนิดในแดนมังกรโต 75-212 % นมข้าวโอ๊ต ยีสต์ สินค้าทดแทนเนื้อสัตว์ ปูและล็อบสเตอร์โตพรวดรับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ทูตพาณิชย์ชี้ช่องไทยเจาะตลาด
บริษัท Nielsen บริษัทวิจัยตลาดและวิเคราะห์ข้อมูลที่มีชื่อเสียงระดับโลกได้รายงานข้อมูลสถิติในช่วง วันที่ 1 มีนาคม - 3 ตุลาคม 2563 (หลังเกิดโรคระบาด COVID-19) ว่า ประเภทสินค้าอาหารที่มียอดจำหน่ายขยายตัวสูงที่สุด 5 อันดับแรกในจีน ได้แก่ นมข้าวโอ๊ต ยีสต์ สินค้าทดแทนเนื้อสัตว์ ปู และล็อบสเตอร์ โดยขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 212, 156, 129, 82 และ 75 ตามลำดับ เหตุผลสำคัญที่ทำให้ยอดจำหน่ายสินค้าดังกล่าวขยายตัวอย่างมาก สรุปได้ดังนี้
1.นมข้าวโอ๊ต เป็นเครื่องดื่มชนิดใหม่ที่เข้าสู่ตลาดจีนเมื่อไม่นานมานี้ และเนื่องจากเครื่องดื่มชนิด นี้รับประทานสะดวก มีประโยชน์/ดีต่อสุขภาพ และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ ผู้ที่ต้องการลดคอเลสเตอรอล และกลุ่มวัยรุ่นที่มีแนวคิดการบริโภค ทันสมัยและเปิดใจรับสินค้าใหม่ ๆ ด้วยเหตุนี้นมข้าวโอ๊ตจึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนเป็นอย่างมาก
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์นมข้าวโอ๊ตนำเข้าที่ครองส่วนแบ่งตลาดจีนค่อนข้างสูงและมีความได้เปรียบในด้านแบรนด์ คือ นม ข้าวโอ๊ตของแบรนด์ Oatly จากสวีเดน ซึ่งเน้นช่องทางการจำหน่ายผ่านร้านกาแฟแฟรนไชส์ในจีนเป็นหลัก ขณะเดียวกันผู้ประกอบการจีนก็มีแบรนด์นมข้าวโอ๊ตของตนเองเช่นกัน อาทิ Ocak, Ouqi, Yanxiaomai, Guzhichan เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นกับแบรนด์นำเข้า Oatly แล้ว สินค้าแบรนด์ท้องถิ่นยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงและความสามารถในการแข่งขันมากนัก
2.ยีสต์ ในช่วงที่เกิดโรคระบาด COVID-19 อย่างรุนแรง ทำให้ผู้บริโภคต้องกักตัวอยู่ที่บ้านและมีการทำอาหารรับประทานเองมากขึ้น ทั้งนี้ยีสต์เป็นส่วนผสมสำคัญอย่างหนึ่งในการประกอบอาหาร อาทิ ขนมปัง ซาลาเปา ปาท่องโก๋ เป็นต้น จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนเป็นอย่างมากจนทำให้ยอดจำหน่ายยีสต์ขยายตัว เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
3.สินค้าทดแทนเนื้อสัตว์ ภายหลังจากสถานการณ์โรคระบาด COVID-19ได้ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวจีนหันมาใส่ใจ/ให้ความสำคัญด้านสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์บางแห่งตรวจพบเชื้อโรค COVID-19 ทำให้ผู้บริโภคชาวจีนเริ่มพิจารณาเลือกซื้อสินค้าที่เสริมคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ดังนั้น จึงเป็นการสร้างโอกาสของตลาดสินค้าอาหารที่ทำจากพืช โปรตีนแบบทดแทนเนื้อสัตว์ (Plant-Based Meat)
ทั้งนี้ พบว่า ในปี 2563 ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ในจีนเริ่มบุกเบิกตลาดสินค้า Plant-Based Meat แล้ว อาทิ Mc Donald's, Starbucks, Tim Hortons, Dicos เป็นต้น โดยมีการนำเสนอเมนู อย่างเช่น แฮมเบอร์เกอร์ที่ใส่เนื้อเทียมจากพืชและสินค้าอาหารที่ใช้เนื้อเทียมจากพืชเป็นส่วนประกอบ จากข้อมูลของ Nielsen แสดงให้เห็นว่า เนื้อจากพืชเป็นสินค้าที่น่าจับตามองและมีศักยภาพในการเติบโตในตลาดจีนได้อีกมาก
4. ปูและล็อบสเตอร์ แม้ว่าผู้บริโภคในจีนจะระมัดระวังเรื่องการจับจ่ายใช้สอยในช่วงที่มีโรคระบาด แต่ว่า ยอดจำหน่ายปูและล็อบสเตอร์ซึ่งเป็นสินค้าราคาสูง มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทผู้จำหน่ายปูและล็อบสเตอร์ ได้ว่าจ้าง KOL (Key Opinion Leader) มาช่วยประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ รวมทั้งยังจัดโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษด้วย จึงช่วยผลักดันยอดจำหน่ายสินค้าดังกล่าวให้เพิ่มสูงขึ้น
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ(สคต./ทูตพาณิชย์) ณ เมืองเฉิงตู ให้ความเห็นว่าจากวิกฤติโรคระบาดครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในปีนี้ ได้ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคอาหารและวิถีชีวิตของผู้บริโภคชาวจีนเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้สามารถนำไปสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้ผู้ประกอบการ ที่สนใจบุกเบิกตลาดจีนได้เหมือนดังเช่นคำกล่าวที่มีมาก่อนว่า “ในทุกวิกฤติ ย่อมมีโอกาส” และเหตุการณ์โรคระบาด COVID-19 ก็เช่นกัน การที่ชาวจีนให้ความสนใจกับสุขภาพมากขึ้น จึงทำให้สินค้าอาหารเพื่อสุขภาพอยู่ในกระแสความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนเพิ่มขึ้นมาก ถึงแม้ว่าตามปกติแล้วชาวจีนจะนิยมบริโภคเนื้อสัตว์ แต่หลังจากเกิดโรคระบาดฯ บวกกับกรณีการนำเข้าเนื้อสัตว์จากบางประเทศมีเชื้อโรค COVID-19 ติดมาด้วย ทำให้สินค้าทดแทนโปรตีนจาก เนื้อสัตว์กลายเป็นตัวเลือกใหม่ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวจีนอยู่ ไม่น้อย
นอกจากนี้ ชาวจีนจำนวนมากก็เริ่มติดใจการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น เพราะมีความสะดวกและไม่จำเป็นต้องออกไปซื้อสินค้าในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน ประกอบกับกลยุทธ์ด้านการตลาดแบบใหม่ที่ใช้ KOL มาช่วย ประชาสัมพันธ์และไลฟ์ขายสินค้า ซึ่งสามารถเรียกความสนใจของผู้บริโภคจีนได้เป็นอย่างดี จึงทำให้สินค้าที่ใช้วิธีการ Livestreaming มียอดจำหน่ายสูงกว่าสินค้าทั่วไป แม้ว่าเป็นสินค้าอาหารราคาสูงก็ตาม (ปูและล็อบสเตอร์) ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาใช้ประโยชน์ข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อประกอบการคิดกลยุทธ์ทางการค้า/การขยายธุรกิจในตลาดจีน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และอื่น ๆ ที่ดีต่อสุขภาพ รวมทั้งการเลือกวิธีโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพในตลาดจีน






