thansettakij
thansettakij
ทำเนียบขาวหนุนออกกม.อุ้มสายการบิน เลี่ยงปลดพนักงาน

ทำเนียบขาวหนุนออกกม.อุ้มสายการบิน เลี่ยงปลดพนักงาน

02 ต.ค. 63 | 00:11 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ต.ค. 63 | 07:22 น.

ทำเนียบขาวหนุนออกกฎหมายอุ้มสายการบิน รับมือการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เลี่ยงปลดพนักงาน

นางเคย์ลีจ์ แมคเอนนานี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดกว้างสำหรับการออกกฎหมายเยียวยาอุตสาหกรรมการบินเพื่อให้สามารถรับมือวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และหลีกเลี่ยงการปลดพนักงาน

 

"เราพร้อมที่จะพิจารณาแผนการออกกฎหมายเป็นการเฉพาะเพื่อคุ้มครองพนักงานการบิน" นางแมคเอนนานีกล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2 แอร์ไลน์มะกันสุดอั้น เริ่มปลดพนักงาน 32,000 อัตรา

ทำเนียบขาวเคาะ 2 หมื่นล้านดอลล์อุ้มสายการบิน

ขีดเส้นตายธุรกิจการบินมะกัน ถ้ารัฐไม่ช่วย  อีกกว่า 3 หมื่นชีวิตตกงาน

โควิดพ่นพิษ "แอร์เอเชีย" เตรียมปิดธุรกิจในญี่ปุ่น

 

ทำเนียบขาวแถลงดังกล่าว หลังจากที่พนักงานจำนวนกว่า 3 หมื่นรายในอุตสาหกรรมการบินสหรัฐมีความเสี่ยงที่จะถูกเลิกจ้าง หากไม่ได้รับเงินช่วยเหลืองวดใหม่จากรัฐบาลภายในสิ้นเดือนก.ย.          

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐให้เงินเยียวยาสายการบินสหรัฐที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คิดเป็นวงเงิน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีข้อแม้ว่า บริษัทเหล่านี้จะต้องไม่ปลดพนักงานไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย.

 

เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้บริหารของสายการบินสหรัฐหลายแห่งได้เข้าพบนายมาร์ค มีโดวส์ หัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาว เพื่อขอให้รัฐบาลสหรัฐอนุมัติเงินช่วยเหลืองวดใหม่จำนวน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ให้แก่อุตสาหกรรมการบิน ก่อนที่มาตรการเดิมจะหมดอายุลงในช่วงสิ้นเดือนก.ย.
 

ด้านนายมีโดวส์กล่าวในวันนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐได้เสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่วงเงิน 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ โดยได้ยื่นให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคเดโมแครตเพื่อทำการพิจารณาแล้ว ขณะที่แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคเดโมแครตมีวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์

 

นายมีโดวส์เปิดเผยว่า วงเงิน 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ดังกล่าว ได้รวมถึงวงเงินช่วยเหลืออุตสาหกรรมสายการบินจำนวน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งวงเงินดังกล่าวต่ำกว่าที่บรรดาผู้บริหารของสายการบินสหรัฐเรียกร้อง

 

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐและสภาคองเกรสกำลังหาทางประนีประนอมกันในประเด็นการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว