thansettakij
thansettakij
“ทรัมป์” แค่ล้อเล่นชะลอตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐ

“ทรัมป์” แค่ล้อเล่นชะลอตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐ

21 มิ.ย. 63 | 14:12 น.

ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ หาเสียงขอให้เจ้าหน้าที่ชะลอการตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 หวัง ป้องกันไม่ให้สหรัฐ พบผู้ติดเชื้อมากขึ้น ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวชี้แจง แค่ล้อเล่น

21 มิถุนายน 2563 สำนักข่าว AP News และ Reuters รายงาน ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวขณะปราศรัยหาเสียงต่อกลุ่มผู้สนับสนุนหลายพันคนที่เมืองทัลซา รัฐโอกลาโฮมา เมื่อ 20 มิถุนายนว่าขอให้เจ้าหน้าที่ชะลอการตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐ พบผู้ติดเชื้อมากขึ้น หลังจากที่สหรัฐตรวจเชื้อให้กับประชาชนจำนวนมากที่สุดในโลกแล้วมากกว่า 25 ล้านคน

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเรียกเชื้อไวรัส โควิด-19 ว่า “ไวรัส กังฟู” และ “ไวรัสจีน” หลายครั้งขณะปราศรัย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังประกาศระหว่างการหาเสียงว่าเขามีสุขภาพที่ดี และจะประกาศให้ทราบหากมีความผิดปกติใดๆ

ขณะที่สื่อต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ล่วงหน้าของทีมหาเสียงในเมืองทัลซาของนายทรัมป์ 6 คน มีผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นบวก และเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 คนดังกล่าวก็ถูกแยกตัวกักโรคทันที ทั้งนี้ แม้หลายฝ่ายจะกังวลว่าการเดินหน้าหาเสียงของนายทรัมป์จะนำไปสู่การติดเชื้อโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น

แต่เขาก็ยังคงหาเสียงตามแผนเมื่อเดือนมีนาคมด้วยว่า การตรวจโรคโควิด-19 เป็น “ดาบสองคม” ขณะที่สหรัฐซึ่งมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าว 119,460 คน และติดเชื้อ 2,240,617 คน มากสุดในโลก ได้ดำเนินการตรวจโรคโควิด-19 ให้แก่ประชาชนแล้วกว่า 25 ล้านครั้ง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชี้แจงว่าประธานาธิบดีทรัมป์น่าจะล้อเล่นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ การปราศรัยหาเสียงครั้งแรกในรอบ 110 วัน ที่เมืองทัลซาของประธานาธิบดีทรัมป์ ทำให้หลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกังวลว่าจะเสี่ยงทำให้การแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ในสหรัฐฯ ขยายตัวมากขึ้น เนื่องจากผู้สนับสนุนที่เข้าร่วมงานส่วนใหญ่ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย

อย่างไรก็ตามการปราศรัยหาเสียงครั้งแรกในรอบ 110 วัน ที่เมืองทัลซา ของประธานาธิบดีทรัมป์ ทำให้หลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกังวลว่าจะเสี่ยงทำให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ ขยายตัวมากขึ้น เนื่องจากผู้สนับสนุนที่เข้าร่วมงานส่วนใหญ่ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย