
โควิดทั่วโลกติดเชื้อขยับใกล้5ล้านรายจับตาสหรัฐฉุดไม่อยู่
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ได้แถลงถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19 ) ทั่วโลก 211 ประเทศ 2เขตบริหารพิเศษ 2 เรือสำราญ ประจำวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 (เวลา 10.00 น.) มีผู้ติดเชื้อจำนวน 4,801,875 ราย เพิ่มขึ้น 81,679 ราย เสียชีวิต 316,671 ราย เพิ่มขึ้น 3,451 ราย หายป่วยแล้ว 1,857,576 ราย เพิ่มขึ้น 46,496 ราย อาการหนัก 44,821 ราย ลดลง 6 ราย
ประเทศที่พบผู้ติดเชื้อสะสมมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่
1. สหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 1,527,664 ราย เพิ่มขึ้น 19,891 ราย เสียชีวิต 90,978 ราย เพิ่มขึ้น 865ราย
2. รัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 281,752ราย เพิ่มขึ้น 9,709 ราย เสียชีวิต 2,631 ราย เพิ่มขึ้น 94ราย
3. สเปน มีผู้ติดเชื้อ277,719 ราย เพิ่มขึ้น 1,214 ราย เสียชีวิต 27,650 ราย เพิ่มขึ้น 87 ราย
4.อังกฤษ มีผู้ติดเชื้อ 243,695 รายเพิ่มขึ้น 3,534ราย เสียชีวิต 34,636 ราย เพิ่มขึ้น 170 ราย
5.บราซิล มีผู้ติดเชื้อ241,080 ราย เพิ่มขึ้น 7,569 ราย เสียชีวิต 16,118 ราย เพิ่มขึ้น 456 ราย
6. อิตาลี มีผู้ติดเชื้อ 225,435 ราย เพิ่มขึ้น 675 ราย เสียชีวิต31,908 ราย เพิ่มขึ้น 145ราย
7.ฝรั่งเศส มีผู้ติดเชื้อ 179,569 ราย เพิ่มขึ้น 204 ราย เสียชีวิต28,108 รายเพิ่มขึ้น 483 ราย
8.เยอรมนี มีผู้ติดเชื้อ176,651 ราย เพิ่มขึ้น 404ราย เสียชีวิต 8,049 ราย เพิ่มขึ้น 22ราย
9.ตุรกี มีผู้ติดเชื้อ 149,435 ราย เพิ่มขึ้น 1,368ราย เสียชีวิต 4,140 ราย เพิ่มขึ้น44 ราย
10.อิหร่าน มีผู้ติดเชื้อ 120,198 ราย เพิ่มขึ้น 1,806 ราย เสียชีวิต6,988 ราย เพิ่มขึ้น51 ราย
ผู้ป่วยสะสม กลุ่มประเทศอาเซียน+เอเชีย
11.อินเดีย ผู้ป่วยสะสม 95,698 ราย เพิ่มขึ้น 5,050 ราย เสียชีวิต 3,025 ราย เพิ่มขึ้น 154 ราย
20.ปากีสถาน ผู้ป่วยสะสม 40,151 ราย เพิ่มขึ้น 1,352 ราย เสียชีวิต 873 ราย เพิ่มขึ้น 39 ราย
27.สิงคโปร์ ผู้ป่วยสะสม 28,038 ราย เพิ่มขึ้น 682 ราย เสียชีวิต 22 ราย เพิ่มขึ้น - ราย
30.บังกลาเทศ ผู้ป่วยสะสม 22,268 ราย เพิ่มขึ้น 1,273 ราย เสียชีวิต328 ราย เพิ่มขึ้น14 ราย
33.อินโดนีเซีย ผู้ป่วยสะสม 17,514 ราย เพิ่มขึ้น 489 ราย เสียชีวิต 1,148 ราย เพิ่มขึ้น59 ราย
36. ญี่ปุ่น ผู้ป่วยสะสม 16,285 ราย เพิ่มขึ้น 48 ราย เสียชีวิต 744 ราย เพิ่มขึ้น19 ราย
41.ฟิลิปปินส์ ผู้ป่วยสะสม 12,513 ราย เพิ่มขึ้น208 ราย เสียชีวิต824 ราย เพิ่มขึ้น 7 ราย
44. เกาหลีใต้ผู้ป่วยสะสม 11,065ราย เพิ่มขึ้น 15 ราย เสียชีวิต 263 ราย เพิ่มขึ้น 1 ราย
54.มาเลเซีย ผู้ป่วยสะสม 6,894 ราย เพิ่มขึ้น 22 ราย เสียชีวิต113 ราย เพิ่มขึ้น - ราย
70.ไทย ผู้ป่วยสะสม 3,031 ราย เพิ่มขึ้น 3 ราย เสียชีวิต 56 ราย เพิ่มขึ้น - ราย
ทั้งนี้ ประเทศในเอเชียพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง อยู่ในอันดับต้น ถึงกลางของโลก ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน สิงคโปร์ บังคลาเทศ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ส่วนประเทศเพื่อนบ้านของไทย พบผู้ป่วยต่ำคือ เมียนมา เวียดนาม ยังพบต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
ขณะที่ประเด็นที่น่าสนใจคือ นายกรัฐมนตรีจูเซปเป คอนเต ของอิตาลี ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า การผ่อนปรนมาตรการปิดเมืองและกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง อาจเสี่ยงต่อการเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่สอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องยอมรับหากเกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินมาตรการปิดเมืองอีกครั้ง หากเกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ทั้งนี้ อิตาลี เตรียมอนุญาตให้ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สถานเสริมความงาม และพิพิธภัณฑ์ เปิดทำการ ส่วนสถานที่ออกกำลังกาย และสระว่ายน้ำ จะอนุญาตเป็นลำดับถัดไป ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับประเทศไทย
นอกจากนี้ประเทศที่อยู่ในความเป็นห่วงคือ อินเดีย ได้มีการขยายเวลาล็อกดาวน์ ถึงวันที่ 31 พ.ค.นี้ จากเดิมที่เริ่มมีการlockdown ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 90,000 ราย โดยกระทรวงมหาดไทย ยังคงสั่งปิดโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า และสถานที่สาธารณะ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีบางจังหวัดที่มีรายงานจำนวนผู้ป่วยน้อยลง และได้มีมาตรการผ่อนปรนไปแล้ว
อีกประเทศหนึ่งคือ เกาหลีใต้ ที่คุมเข้ม หวั่นหย่อนยานวินัย นายจองอึนคยองผู้อานวยการศูนย์ควบคุมโรคของเกาหลีใต้กล่าวว่า“การหย่อนวินัย” เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในการต่อสู้กับโควิด-19 ของเกาหลีใต้กรุงโซลและเมืองอินชอน บังคับให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกคนที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะเมืองแทกูให้ใส่หน้ากากอนามัยในทุกที่ นอกบ้านถ้าไม่ใส่หน้ากากปรับสูงสุดห้าหมื่นบาท นอกจากนั้นหลายจังหวัดในเกาหลีใต้ยังมีมาตรการอื่นๆเช่นห้ามสัมผัสตัวกันและการบังคับตรวจโรคผู้ที่ไปในสถานที่ต้องสงสัย หากฝ่าฝืนปรับสูงสุด2 ล้านวอน(ห้าหมื่นบาท) และในกรุงโซลยังคงปิดสถานบันเทิงทุกแห่งหลังจากเกิดการแพร่ระบาดจากการไปเที่ยวผับย่านอิแทวอนโดยล่าสุดมีผู้ติดเชื้อจากเคสนี้รวม168 รายแล้ว






