thansettakij
thansettakij
ศบค.เตือนสถานการณ์อย่าวางใจโควิดรอบโลกยังวิกฤติ

ศบค.เตือนสถานการณ์อย่าวางใจโควิดรอบโลกยังวิกฤติ

14 พ.ค. 63 | 10:41 น.

นพ.ทวีศิลป์  วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ได้แถลงถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019  (COVID-19 )  ทั่วโลก 211 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 2 เรือสำราญ  ประจำวันที่ 14 พฤษภาคม  2563 (ช่วงเวลา 10.00 น.)  พบผู้ติดเชื้อจำนวน 4,429,223 ราย เพิ่มขึ้น 86,878  ราย เสียชีวิต 298,165 ราย เพิ่มขึ้น 5,272 ราย  อาการหนัก 45,920  ราย ลดลง 422 ราย   หายป่วย 1,658,375  ราย  เพิ่มขึ้น 56,528  ราย

ศบค.เตือนสถานการณ์อย่าวางใจโควิดรอบโลกยังวิกฤติ

ประเทศที่พบผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่
1. สหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ  1,430,348  ราย เพิ่มขึ้น 21,712  ราย เสียชีวิต  85,197 ราย  เพิ่มขึ้น 1,772  ราย         
2. สเปน มีผู้ติดเชื้อ 271,095   ราย  เพิ่มขึ้น1,575  ราย เสียชีวิต 27,104 ราย เพิ่มขึ้น184 ราย  
3. รัสเซีย  มีผู้ติดเชื้อ 242,271  ราย  เพิ่มขึ้น 10,028  ราย เสียชีวิต 2,212 ราย เพิ่มขึ้น96ราย    
4.อังกฤษ มีผู้ติดเชื้อ  229,705  รายเพิ่มขึ้น  3,242  ราย เสียชีวิต  33,186  ราย เพิ่มขึ้น 494 ราย    
5. อิตาลี มีผู้ติดเชื้อ 222,104  ราย เพิ่มขึ้น 888 ราย เสียชีวิต 31,106 ราย เพิ่มขึ้น195 ราย 

6. บราซิล  มีผู้ติดเชื้อ190,137  ราย เพิ่มขึ้น 11,923 ราย เสียชีวิต 13,240  เพิ่มขึ้น 779 ราย     
7. ฝรั่งเศส  มีผู้ติดเชื้อ 178,060  ราย เพิ่มขึ้น -  ราย เสียชีวิต 27,074  รายเพิ่มขึ้น 83 ราย      - 
8.เยอรมนี  มีผู้ติดเชื้อ 174,098 ราย เพิ่มขึ้น 927  ราย เสียชีวิต 7,861ราย เพิ่มขึ้น 123 ราย    
9.ตุรกี  มีผู้ติดเชื้อ 143,114  ราย เพิ่มขึ้น 1,639  ราย เสียชีวิต 3,952 ราย เพิ่มขึ้น 58 ราย 
10.อิหร่าน  มีผู้ติดเชื้อ 112,725   ราย เพิ่มขึ้น 1,958 ราย เสียชีวิต 6,783 ราย เพิ่มขึ้น50ราย

ศบค.เตือนสถานการณ์อย่าวางใจโควิดรอบโลกยังวิกฤติ

ขณะที่จีน ขยับมาเป็นอันดับที่ 11 มีผู้ติดเชื้อ 82,929  ราย เพิ่มขึ้น  3 ราย เสียชีวิต 4,633  ราย  
อันดับที่12  อินเดีย     มีผู้ติดเชื้อ 78,055 ราย เพิ่มขึ้น  3,763  ราย เสียชีวิต 2 ,551  ราย เพิ่มขึ้น136ราย   
ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่  68  มีผู้ติดเชื้อ  3,018 เพิ่มขึ้น 1  ราย เสียชีวิต 56 ราย 

10 ประเทศอันดับแรก ตามจำนวนผู้ป่วยสะสม กลุ่มประเทศอาเซียน+เอเชีย
1.อินเดีย  ผู้ป่วยสะสม 78,055  ราย  เพิ่มขึ้น 3,763  ราย  เสียชีวิต  2551 ราย เพิ่มขึ้น  136 ราย
2.ปากีสถาน ผู้ป่วยสะสม 35,298  ราย เพิ่มขึ้น 962  ราย  เสียชีวิต 761 ราย เพิ่มขึ้น 24   ราย
3.สิงคโปร์ ผู้ป่วยสะสม 25,346  ราย เพิ่มขึ้น 675   ราย  เสียชีวิต  21  ราย เพิ่มขึ้น  -  ราย
4.บังกลาเทศ ผู้ป่วยสะสม 17,822 ราย เพิ่มขึ้น  1,1..  ราย  เสียชีวิต 269 ราย เพิ่มขึ้น19  ราย
5.ญี่ปุ่น ผู้ป่วยสะสม 16,049 ราย เพิ่มขึ้น 81   ราย  เสียชีวิต  678  ราย เพิ่มขึ้น21   ราย

6. อินโดนีเซีย  ผู้ป่วยสะสม 15,438 ราย เพิ่มขึ้น 689    ราย  เสียชีวิต  1,028   ราย เพิ่มขึ้น  21ราย
7.ฟิลิปปินส์ ผู้ป่วยสะสม 11,618 ราย เพิ่มขึ้น 268 ราย  เสียชีวิต772  ราย เพิ่มขึ้น 21  ราย
8. เกาหลีใต้  ผู้ป่วยสะสม  10,991 ราย เพิ่มขึ้น 29   ราย  เสียชีวิต 260  ราย เพิ่มขึ้น  1 ราย
9.มาเลเซีย  ผู้ป่วยสะสม 6,779  ราย เพิ่มขึ้น  37  ราย  เสียชีวิต 111  ราย เพิ่มขึ้น 2 ราย
10.ไทย   ผู้ป่วยสะสม   3,018  ราย เพิ่มขึ้น 1   ราย  เสียชีวิต 56   ราย เพิ่มขึ้น-ราย

ศบค.เตือนสถานการณ์อย่าวางใจโควิดรอบโลกยังวิกฤติ

ทั้งนี้สถานการณ์ที่ประเทศเกาหลีใต้น่ากังวลใจอย่างยิ่ง ในกรณีที่มีการกลับมาติดเชื้อรอบ2  โดยมีรายงานว่า  ยอดผู้ติดเชื้อจากกลุ่มนักท่องเที่ยวผับย่านอิแทวอน เพิ่มขึ้นเป็น 131 ราย โดยล่าสุดเกาหลีใต้  มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 29 ราย ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อ รวมเป็น 10,991 ราย  ก่อให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดการระบาดขึ้นเป็นระลอกที่2  หลังจากที่ทางการ เกาหลีใต้ได้ประกาศมาตรการการผ่อนคลายไปก่อนหน้านี้ 

ทำให้กระทรวงสาธารณสุขต้องออกมาตรการติดตามตัวผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อกว่าหมื่นคน  ให้มารายงานตัว และตรวจโรคกับทางการ โดยยังมีประชาชนกว่า 2,000 คนที่ยังไม่มารายงานตัว   ทั้งมีการออกมาตรการรับมือคล้ายกับประเทศไทยคือมีการคัดกรองแบบไดรฟ์ทรู  ใช้แอพพลิเคชันในการตามตัวผู้กักตัว และมีมาตรการสำหรับผู้ประกอบการ อาทิ การเว้นระยะห่าง ล้างมือ การระมัดระวังด้านสาธารณสุข 

ศบค.เตือนสถานการณ์อย่าวางใจโควิดรอบโลกยังวิกฤติ

ส่วนที่ประเทศจีนแม้สถานการณ์กลับมาติดเชื้ออีกครั้งแต่ยังสามารถควบคุมได้จึงมีทั้งการออกมาตรการผ่อนปรนและรับมือ เช่น การกำหนดโรงพยาบาลที่รักษาโควิด การแจกใบอนุญาตเข้า-ออกเมือง  ผู้นำชุมชน เยี่ยมเยียนผู้ป่วยหรือโทรสอบถาม ซึ่งทำหน้าที่คลายอสม.ของไทย  การใช้คิวอาร์โค้ด ในการเข้า-ออกสถานที่ต่างๆ และการปรึกษาแพทย์โดยใช้แอพพลิเคชันเพื่อลดการเดินทาง  การผ่อนคลายสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่นพิพิธภัณฑ์  สวนสาธารณะ รถโดยสาร ห้องสมุด เป็นต้น ยกเว้นสระว่ายน้ำ และสนามกีฬาที่มีคนชุมนุมจำนวนมาก

ศบค.เตือนสถานการณ์อย่าวางใจโควิดรอบโลกยังวิกฤติ

สำหรับเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับไทยในวันที่ 14 พ.ค. จากเยอรมนี 80 ราย  คนไทยตกค้าง  และบังคลาเทศ 197 รายเป็นแรงงาน คนทำงาน คนไทยตกค้าง  และวันที่ 15 พ.ค. สิงคโปร์ 120 ราย คนไทยตกค้าง บาห์เรน 240 ราย  เป็นแรงงาน คนทำงานและคนไทยตกค้าง จากแอลจีเรีย และโมร็อกโก (ผ่านฝรั่งเศส)  38 ราย เป็นแรงงานและนักท่องเที่ยว เมื่อกลับถึงไทยแล้วจะต้องเข้าสถานกักกันตัวของรัฐ (State Quarantine ) ทุกคน  และยังมีเที่ยวบินที่จะเข้ามาในวันที่ 16-21 อีก 16 เที่ยวบิน จาก สหรัฐอเมริกา  อินเดีย แคนาดา มัลดีฟส์  อังกฤษ จีน ภูฎาน ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย

ส่วนสถิติคนไทยที่เดินทางกลับเข้าประเทศผ่านจุดผ่านแดนทางบก  มีการลงทะเบียนไว้  จากเมียนมา 3 คน สปป.ลาว 3 คน มาเลเซีย 298  คน  กัมพูชา 2คน  เข้าสถานกักกันตัวของพื้นที่  ( Local Quarantine )โควิดทั่วโลก