
เร็วที่สุดก.ค.นี้บ.ญี่ปุ่นเริ่มทดสอบยาสกัด “แอนติบอดี”สู้โควิด
บริษัทญี่ปุ่นลุยทดสอบยาสกัด “แอนติบอดี” จากผู้ป่วยหายโควิด ลุ้นใช้รักษาภายในปีนี้
14 พ.ค. รอยเตอร์ และสเตรตส์ไทมส์ รายงานว่า นางจูลี คิม ประธานแผนกบำบัดด้วยกระบวนการแยกสกัดพลาสมา ของ บริษัท ทาเคดะ ฟาร์มาซูติคอล จำกัด ประเทศญี่ปุ่นแถลงว่าบริษัทสามารถเริ่มการทดสอบยาที่สกัดจากแอนติบอดี หรือโปรตีนที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 อย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ค.นี้
โดยจะเริ่มทดสอบกับผู้ป่วยหลายร้อยคนและคาดว่าต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะสำเร็จ หากการทดสอบเป็นไปตามเป้าหมาย ทาเคดะ ฟาร์มาซูติคอล อาจยื่นขอใบอนุญาตต่อทางการสหรัฐอเมริกาภายในปีนี้เพื่อเร่งนำไปใช้รักษาผู้ติดเชื้อ
นับตั้งแต่ที่มีรายงานยืนยันเหตุแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือซาร์สซีโอวีทู (SARS-CoV-2) เป็นครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นของจีน เมื่อวันสิ้นปี2562 ทำให้คนทั่วโลกต่างตั้งตารอยาและวัคซีนที่จะมาหยุดยั้งโรคระบาด รวมทั้งช่วยชีวิตคนที่ล้มป่วยด้วยโรคปอดอักเสบมรณะชนิดนี้เช่น สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) และบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพโมเดอร์นา เทอราพิวติกส์ (Moderna Therapeutics) เริ่มการทดสอบวัคซีนป้องกันโรคทางเดินหายใจโควิด-19 ในมนุษย์ ที่มีขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกแล้ว โดยได้เริ่มฉีดวัคซีนมีชื่อว่า mRNA-1273 ให้กับอาสาสมัคร 4 คนแรก ที่ศูนย์วิจัยแห่งหนึ่งในนครซีแอตเทิลเมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
โดยวัคซีนนี้มีบางส่วนของข้อมูลพันธุกรรมที่คัดลอกจากเมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอ (mRNA) ในส่วนหนามของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทำให้วัคซีนสามารถกระตุ้นให้ร่างกายมนุษย์ผลิตแอนติบอดีมาต่อต้านสารพันธุกรรมของไวรัสได้ โดยไม่ต้องใช้เชื้อไวรัสจริงมาผลิตวัคซีนซึ่งอาจทำให้เกิดอันตราย
ขณะที่ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (UW) และมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU) ของสหรัฐฯ แถลงก่อนหน้านี้ว่าจะดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพของยาไฮดร็อกซีคลอโรควิน (Hydroxychloroquine) ในการป้องกันการติดเชื้อโรคโควิด-19 กับกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คนในเร็ววันนี้ และคาดว่าจะสามารถทราบผลได้ภายใน 3-4 เดือนข้างหน้า นี้
การทดสอบดังกล่าวจะใช้เวลาราว 8 สัปดาห์ โดยทดลองให้กลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม ซึ่งเป็นผู้ที่มีการติดต่อสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อหรือต้องสงสัยว่าติดเชื้อโรคโควิด-19 ได้รับประทานยาไฮดร็อกซีคลอโรควินหรือยาหลอกอย่างใดอย่างหนึ่งติดต่อกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และจะมีการตรวจหาเชื้อไวรัสในร่างกายด้วยทุกวันในระหว่างนั้น เป็นต้น






