
นักวิจัยชี้ "โควิด-19" กลายพันธุ์ เพิ่มปัญหาการพัฒนาวัคซีน
นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการแห่งชาติ ลอส อลาโมส (Los Alamos National Laboratory) หรือ LANL หนึ่งในห้องปฏิบัติการวิจัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก สังกัดกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ที่อุบัติขึ้นในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เมื่อกว่า 4 เดือนที่แล้ว ได้มีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ติดต่อได้ไวขึ้นและกำลังระบาดหนักในสหรัฐอเมริกาเวลานี้
ผลการศึกษาชิ้นใหม่ของห้องปฏิบัติการแห่งชาติ ลอส อลาโมส ความยาว 33 หน้า ได้รับการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ bioRxiv (ไบโออาร์ไคฟ) คลังเอกสารวิชาการออนไลน์ด้านชีววิทยา ระบุว่า ไวรัสโคโรนาที่กลายพันธุ์เริ่มการแพร่ระบาดในยุโรปช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ก่อนที่จะลุกลามไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกา แคนาดา และได้กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่พบในหลายประเทศทั่วโลกภายในช่วงสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ขณะนี้นักวิจัยกำลังจับตาว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้จะอ่อนกำลังลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อนเหมือนกับไวรัสโคโรนาที่ทำให้เกิดโรคหวัดตามฤดูกาลหรือไม่ หรือมันจะกลายพันธุ์ต่อไป ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็ทำให้เกิดข้อจำกัดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่ทั่วโลกกำลังเร่งพัฒนากันอยู่ เนื่องจากนักวิจัยวัคซีนส่วนหนึ่งใช้ลำดับพันธุกรรม (genetic sequences) ของไวรัสโคโรนาในช่วงแรก ๆ ของการแพร่ระบาดมาตั้งต้นการพัฒนาวัคซีน
เบตต์ คอร์เบอร์ นักชีววิทยาของ LANL ซึ่งเป็นผู้เขียนรายงานผลการศึกษา กล่าวว่าแม้เรื่องนี้จะเป็นข่าวเชิงลบก็อย่าเพิ่งหมดใจ เพราะทีมนักวิจัยของ LANL ได้เก็บบันทึกข้อมูลการกลายพันธุ์นี้ไว้หมดแล้วรวมทั้งผลของการกลายพันธุ์ที่มีต่อการแพร่ระบาด และที่เป็นเช่นนี้ได้ก็ด้วยการร่วมมือร่วมใจของบรรดานักวิจัยในห้องปฏิบัติการของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทำให้มีการศึกษา ติดตาม และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับลำดับพันธุกรรมใหม่ของไวรัสดังกล่าวอย่างรวดเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้
แม้รายงานผลการศึกษาของ LANL ชิ้นนี้ยังไม่ได้รับการทบทวนโดยผู้รู้เสมอกัน (peer-review ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบงานวิจัย) แต่นักวิจัยก็เตือนว่า การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเร่งด่วน เนื่องจากกำลังมีการพัฒนาวัคซีนเพื่อต้านไวรัสโควิด-19 มากกว่า 100 โครงการทั่วโลก
เมื่อต้นเดือนมีนาคม นักวิจัยของจีนก็ออกมาระบุว่า ไวรัสโคโรนาที่กำลังแพร่ระบาดทั่วโลกเวลานี้ถูกตรวจพบว่ามีสอง 2 สายพันธุ์ที่แตกต่างกัน ในการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่งและสถาบันปาสเตอร์ในเซี่ยงไฮ้ เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ชี้ว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ติดต่อได้รวดเร็วขึ้นนั้นมีสัดส่วนราว 70% ของทั้งหมดที่ถูกนำมาวิจัย และเป็นสายพันธุ์ที่ออกอาการรุนแรงทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ พบมากในช่วงที่มีการแพร่ระบาดใหม่ ๆ ในเมืองอู่ฮั่น
ทีมนักวิจัยของ LANL โดยความร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยดยุค และมหาวิทยาลัยเชฟฟีลด์จากประเทศอังกฤษ ได้ทำการวิเคราะห์วิจัยลำดับพันธุกรรมของไวรัสโคโรนาจำนวนหลายพันสายพันธุ์ และจนถึงขณะนี้พบว่า มี 14 สายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์ ซึ่งมีผลต่อสไปค์โปรตีน (spike protein) ซึ่งเป็นโครงสร้างชั้นนอกของไวรัสและเป็นกลไกที่นำพาไวรัสเข้าสู่ร่างกายของสิ่งมีชีวิต






