thansettakij
thansettakij
โควิดทุบอุตสาหกรรมการผลิต อุปสงค์ทั่วโลก ซึมดัชนี PMI วูบ

โควิดทุบอุตสาหกรรมการผลิต อุปสงค์ทั่วโลก ซึมดัชนี PMI วูบ

09 พ.ค. 63 | 04:10 น.
อัปเดตล่าสุด :10 พ.ค. 63 | 05:52 น.

การแพร่ระบาดของโควิด-19 และการออกมาตรการควบคุมกระแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดทั่วโลก ซึ่งทำให้ธุรกิจบางประเภทต้องปิดชั่วคราวเป็นเวลานับเดือน ส่งผลให้อุปสงค์ การส่งออก และการผลิตในภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกปรับลดลงอย่างหนัก

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ หรือ PMI (Purchasing Managers Indexes) ซึ่งสะท้อนกิจกรรมในภาคการผลิตของอุตสาหกรรมทั้งในเอเชีย และประเทศตะวันตก ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า เอเชีย ที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการผลิตระดับโลกกำลังเผชิญภาวะการผลิต “หดตัว” เนื่องจากดัชนี PMI ได้ปรับลดลงสู่ระดับต่ำกว่า 50 ในหลายประเทศหลัก โดยดัชนี PMI ในจีน มีการขยายตัวเพียงเล็กน้อยหลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยหล่นจากระดับ 52 ในเดือนมีนาคมมาอยู่ที่ระดับ 50.8 ในเดือนเมษายน ถือว่าขยายตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่ดัชนี PMI ในประเทศอื่นๆ หล่นลงอย่างน่าวิตก เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ล้วนทำสถิติต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี (นับจากปี 2552)

 

ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่ระดับ 50 เป็นจุดกึ่งกลางระหว่าง "การขยายตัว" และ "การหดตัว" ของกิจกรรมการผลิต ตัวเลขเหนือระดับ 50 หมายถึงมีการขยายตัว และต่ำกว่าระดับ 50 หมายถึงการหดตัว

 

ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงินและรวบรวมดัชนี PMI ทั่วโลก ระบุว่า แม้เศรษฐกิจจีนและเกาหลีใต้ จะเริ่มเปิดอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค แต่ก็ไม่มากพอที่จะกระตุ้นอุปสงค์และเพิ่มกิจกรรมในภาคการผลิตในบรรดาประเทศผู้ส่งออก ดังจะเห็นได้ว่า ดัชนี PMI ของประเทศในอาเซียนในเดือนเมษายน ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือเวียดนาม ต่างหล่นลงมาอยู่ใต้ระดับ 50 ทั้งสิ้น โดย PMI ของทั้ง 3 ประเทศดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 27.5, 31.3 และ 32.7 ตามลำดับ

 ทูลี แมคคัลลี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ธนาคารสโกเทียแบงก์ ให้ความเห็นว่า แม้อุปสงค์ในบางประเทศของเอเชียจะเริ่มกระเตื้องขึ้นอย่างช้าๆ แต่สถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลายในประเทศตะวันตกส่วนใหญ่ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของประเทศผู้ส่งออกในเอเชีย ก็ทำให้ก้าวย่างการฟื้นตัวเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างมาก เนื่องจากการส่งออกยังคงแผ่วบาง ทำให้กิจการในภาคการผลิตพลอยอ่อนแรงไปด้วย

 

เมื่อหันมาดูประเทศในโลกตะวันตก ดัชนี PMI ของภาคการผลิตในกลุ่มยูโรโซน ล่าสุดในเดือนเมษายน ก็ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยปรับตัวลดลงจาก 44.5 ในเดือนมีนาคมสู่ระดับ 33.4 ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวในแดนหดตัวลงทั้ง 2 เดือน การที่ดัชนี PMI ยังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของยูโรโซนยังหดตัว เนื่องจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การผลิต คำสั่งซื้อใหม่ ยอดขายเพื่อส่งออก และกิจกรรมการซื้อ ปรับตัวลดลงอย่างหนัก

หากเจาะลงดูรายประเทศจะพบว่า ดัชนี PMI ของเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยูโรโซน เคลื่อนไหวลดลงอยู่ในแดน “หดตัว” โดยลดจากระดับ 45.4 ในเดือนมีนาคม ลงมาอยู่ที่ระดับ 34.5 ในเดือนเมษายน บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของเยอรมนียังคงหดตัว เนื่องจากการผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ล้วนปรับตัวลดลงอย่างมากอันเป็นผลจากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ บริษัทในภาคการผลิตของเยอรมนียังมีทัศนคติเชิงลบต่อการทำธุรกิจในอนาคต ส่งผลให้เกิดการเลิกจ้างพนักงานโรงงานเป็นจำนวนมาก

 

ขณะที่ฝรั่งเศส ดัชนี PMI ปรับตัวลงแบบ “ดิ่งลึก” จากระดับ 43.2 ในเดือนมีนาคมสู่ 31.5 ในเดือนเมษายน นับเป็นการปรับลดที่ทำสถิติมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นถึงภาคการผลิตของฝรั่งเศสที่ได้รับปัจจัยกดดันจากการผลิต ยอดงานใหม่ และการจ้างงาน ที่ปรับตัวลดลงอย่างหนัก นอกจากนี้ ยังสะท้อนทัศนคติเชิงลบเกี่ยวกับแนวโน้มการทำธุรกิจในอนาคต เนื่องจากคาดว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงขาลงอย่างยืดเยื้อ

 

ในส่วนของสหรัฐอเมริกา ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐฯ ลดลงในอัตราที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมีนาคม เป็นผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการส่งออก นอกจากนี้ คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องอีกด้วย เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่สิ้นสุดลง

 

หน้า 11  ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,572 วันที่ 7 - 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2563