thansettakij
thansettakij
ญี่ปุ่นขยายภาวะฉุกเฉิน หนีคลื่นโควิดระลอก2

ญี่ปุ่นขยายภาวะฉุกเฉิน หนีคลื่นโควิดระลอก2

05 พ.ค. 63 | 00:19 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ค. 63 | 09:22 น.

นาย ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ตัดสินใจประกาศขยายภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค. 2563 เพื่อชะลอการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 6 พ.ค. หลังหารือกับผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่รัฐบาลซึ่งเตือนว่า “เร็วเกินไป” ที่จะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

นาย ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น

การขยายเวลาภาวะฉุกเฉินครั้งนี้ครอบคลุมทุกจังหวัดของประเทศ ปัจจุบัน มียอดผู้ติดเชื้อสะสมในญี่ปุ่นจำนวนกว่า 15,789 คน เสียชีวิต 549 ราย ( ข้อมูลจากสำนักข่าวเอ็นเอชเค ณ วันที่ 3 พ.ค.) อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เร็วเกินไปอาจทำให้เกิดการพุ่งขึ้นของยอดติดเชื้อระลอกใหม่ หรือที่เรียกว่าคลื่นโควิด-19 ระลอกสอง

 

ญี่ปุ่นถูกวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลขยับตัวช้าและมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในหมู่ประชาชนน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ โดยอัตราการตรวจเชื้อของญี่ปุ่นมีเพียง 1.3 คนในประชากรทุก ๆ 1,000 คน ขณะที่เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา มีอัตราการตรวจเชื้อ 12 คน และ 18 คนในประชากรทุก ๆ 1,000 คน ตามลำดับ

ญี่ปุ่นขยายภาวะฉุกเฉิน หนีคลื่นโควิดระลอก2

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน 1 เดือนในกรุงโตเกียวและอีก 6 จังหวัดมาตั้งแต่วันที่ 7 เม.
ย. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรคระบาด และเพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถรณรงค์ให้ประชาชนกักตัวอยู่กับบ้าน เว้นระยะห่างทางสังคม รวมทั้งปิดชั่วคราวสถานบริการต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น แต่หลังจากนั้นมา ก็ได้ขยายพื้นที่ภาวะฉุกเฉินครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และเดิมกำหนดสิ้นสุดการใช้มาตรการในวันพุธนี้ (6 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดเทศกาลวันหยุดที่เรียกว่าสัปดาห์ “โกลเด้น วีค”

 

อย่างไรก็ตาม นายอาเบะตัดสินใจขยายภาวะฉุกเฉินออกไปจนถึงสิ้นเดือนพ.ค.นี้ และขอให้ประชาชนปรับตัว ปรับการดำเนินชีวิตให้เข้ากับสถานการณ์ซึ่งเป็นผลมาจากการระบาดของโรคโควิด-19 นั่นหมายถึงการรักษาระยะห่างทางกายภาพในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน   

ญี่ปุ่นขยายภาวะฉุกเฉิน หนีคลื่นโควิดระลอก2

สื่อต่างประเทศรายงานว่า การตัดสินใจของนายอาเบะมีขึ้นหลังการหารือกับทีมผู้เชี่ยวชาญซึ่งเตือนว่า ขณะนี้ภาวะการติดเชื้อโควิด-19 ในญี่ปุ่นยังไม่ได้ลดระดับลงมามากพอที่จะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และการรักษาระยะห่างทางสังคมก็ยังต้องมีต่อไป ไม่เช่นนั้น ญี่ปุ่นอาจต้องพบกับคลื่นการติดเชื้อระลอกสองที่จะทำให้โรงพยาบาลทั่วประเทศไม่อาจรองรับผู้ป่วยได้อีกต่อไป  เป็นที่คาดหมายว่า รัฐบาลจะขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 13 จังหวัดที่มีความเสี่ยงมากที่สุด ซึ่งรวมถึงโตเกียวและโอซากา รักษาระยะห่างอย่างเข้มงวดต่อไป รวมถึงการลดการติดต่อกับบุคคลอื่น ๆ ลง 80% สถานบันเทิงยามกลางคืน ผับ บาร์ ยังคงถูกขอให้ปิดตัวชั่วคราวในระยะฉุกเฉินดังกล่าว แต่สำหรับพื้นที่จังหวัดที่อัตราการติดเชื้อลดน้อยลง มาตรการควบคุมโรคก็จะผ่อนคลายมากกว่า  ส่วนสถานที่ที่มีกิจกรรมการรวมกลุ่ม เช่น พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด สวนสาธารณะ และอื่น ๆ  ส่วนหนึ่งอาจสามารถเปิดให้บริการได้แล้วภายใต้เงื่อนไขว่าต้องมีมาตรการป้องกันที่รัดกุมและเหมาะสม

 

จากการสำรวจเมื่อเร็ว ๆ นี้โดยหนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุน พบว่า ชาวญี่ปุ่น 3 ใน 4 ตอบว่า พวกเขาออกจากบ้านน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ แต่มีเพียงกว่าครึ่งเล็กน้อยที่ตอบว่า พวกเขาสามารถลดการพบปะกับบุคคลอื่น ๆ ลงได้ถึง 80% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่นายชินโซ อาเบะ ตั้งความหวังไว้