thansettakij
thansettakij
“เสรีภาพ” เหนือ “สำนึกรับผิดชอบ” บังคับใส่หน้ากากใช้ไม่ได้กับคนบางกลุ่มในสหรัฐ

“เสรีภาพ” เหนือ “สำนึกรับผิดชอบ” บังคับใส่หน้ากากใช้ไม่ได้กับคนบางกลุ่มในสหรัฐ

03 พ.ค. 63 | 23:41 น.
อัปเดตล่าสุด :04 พ.ค. 63 | 06:49 น.

เมื่อประชาชนบางส่วนไม่เห็นด้วยและพร้อมใช้ความรุนแรง เมือง “สติลวอเทอร์” ในรัฐโอคลาโฮมา ก็จำเป็นต้องประกาศแก้ไขคำสั่งฉุกเฉินที่ให้ประชาชนทุกคนสวมใส่หน้ากากเมื่อเข้าร้านค้า-ร้านอาหาร แม้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาจะทะยานทะลุ 1.18 ล้านคน และคร่าชีวิตชาวอเมริกันไปกว่า 68,000 คนแล้วก็ตาม  

 

เมืองสติลวอเทอร์ในรัฐโอคลาโฮมาของสหรัฐอเมริกา กลายเป็นตัวอย่างของการอ้าง เสรีภาพเหนือความรับผิดชอบต่อสังคม และทำให้การประกาศบังคับให้ประชาชนทุกคนต้องใส่หน้ากากเมื่อเข้าใช้บริการร้านค้า-ร้านอาหารเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัส ที่เพิ่งเริ่มเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา ต้องถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงภายในวันรุ่งขึ้น (1 พ.ค.) เป็นให้ใส่หน้ากากตามที่สะดวกใจ เมื่อสภาเมืองพิจารณาแล้วเห็นว่า การบังคับใช้คำสั่งดังกล่าวต่อไปอาจก่อให้เกิดความรุนแรงและความวุ่นวายในสังคม หลังจากที่มีพนักงานร้านค้าแจ้งเรื่องเข้ามาว่าถูกข่มขู่คุกคามทั้งด้วยวาจาและอาวุธปืน โดยลูกค้าที่ปฏิเสธจะใส่หน้ากากเข้าร้านตามคำสั่งดังกล่าว

“เสรีภาพ” เหนือ “สำนึกรับผิดชอบ” บังคับใส่หน้ากากใช้ไม่ได้กับคนบางกลุ่มในสหรัฐ

นายนอร์แมน แมคนิกเคิล ผู้จัดการสภาเมืองสติลวอเทอร์ ออกแถลงการณ์ว่า คำสั่งที่ระบุให้ชาวเมืองทุกคนสวมใส่หน้ากากป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัส เมื่อเข้าใช้บริการในร้านค้าและร้านอาหาร เริ่มมีผลบังคับใช้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็ทำให้พนักงานลูกจ้างร้านที่พยายามขอให้ลูกค้าทำตามกฎ กลับถูกข่มขู่คุกคามความปลอดภัยทั้งทางร่างกาย และถูกจาบจ้วงด้วยวาจาที่รุนแรงก้าวร้าว มีลูกค้ารายหนึ่งใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานร้านด้วย ทั้ง ๆ ที่คำสั่งของทางการนั้นก็อ้างอิงข้อมูลทางการแพทย์ที่แนะนำว่า การสวมใส่หน้ากากปิดปาก-จมูกนั้น สามารถช่วยควบคุมการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ได้

 

“จากการถูกข่มขู่ด้วยความรุนแรง ทางสภาเมืองจึงตัดสินใจแก้ไขคำสั่งฉุกเฉิน แต่เรายังต้องการให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากทุกเวลาเท่าที่จะเป็นไปได้”

“เสรีภาพ” เหนือ “สำนึกรับผิดชอบ” บังคับใส่หน้ากากใช้ไม่ได้กับคนบางกลุ่มในสหรัฐ

ถึงกระนั้นก็ตาม แมคนิกเคิลให้ความเห็นเสริมท้ายไว้น่าคิด “หลายคนที่คัดค้าน(คำสั่งบังคับสวมใส่หน้ากาก) อ้างความเชื่อที่เข้าใจไปเองผิด ๆ ว่า การบังคับเช่นนั้นไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และภายใต้ทฤษฎีของพวกเขา ไม่มีประชาชนคนใดถูกบังคับให้สวมหน้ากากได้ แต่มันก็น่าเศร้าใจไหม ที่คนพวกนั้นอ้างสิทธิเสรีภาพของตัวเอง แต่ทำให้คนอื่นต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต”

 

ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ ซีดีซี รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุขของมลรัฐโอคลาโฮมา ได้ออกแถลงการณ์แนะนำว่า การใช้หน้ากากผ้าปกปิดปาก-จมูกนั้นช่วยควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ และนับตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. เป็นต้นมา ซีดีซีได้ออกคำแนะนำว่า ประชาชนควรสวมหน้ากากผ้าหรือมีผ้าปกปิดปาก-จมูกเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ เนื่องจากมีหลักฐานใหม่ ๆ ออกมามากขึ้นว่า หลายคนสามารถแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 สู่คนอื่น ๆได้เนื่องจากพวกเขามีเชื้ออยู่ในร่างกายแต่ไม่แสดงอาการ ดังนั้น เมื่อมีการไอ จาม หรือแม้แต่การพูดจากันในระยะใกล้ ๆ ก็อาจมีการแพร่เชื้อติดต่อกันได้  

ด้านนายวิลล์ จอยซ์ นายกเทศมนตรีเมืองสติลวอเทอร์ ยอมรับว่า ต้องออกมาขอความร่วมมือ แทนการบังคับใช้กฎ เพราะไม่ต้องการเสี่ยงให้เกิดการใช้ความรุนแรงและเพื่อความปลอดภัยของพนักงานร้าน จอยซ์โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า ก่อนประกาศใช้กฎดังกล่าวก็คิดอยู่แล้วว่าอาจจะมีผู้คัดค้าน แต่ไม่คาดคิดว่าจะถึงกับขู่คุกคามด้วยความรุนแรง “ผมขอพูดสิ่งนี้กับผู้ที่ใช้วิธีการข่มขู่และคุกคามคนอื่น เพียงเพราะพวกคุณถูกขอให้ทำในสิ่งง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ชุมชนของคุณเองปลอดภัย มันน่าละอายใจไหม เสรีภาพของชาวอเมริกัน มันต้องมาพร้อมกับสำนึกรับผิดชอบด้วยเหมือนกัน”  

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในส่วนของพนักงานร้านนั้น จำเป็นต้องสวมใส่หน้ากากอยู่แล้วตามกฎเกณฑ์ แต่สำหรับลูกค้าเป็นเรื่องของความสมัครใจ อย่างไรก็ตาม แต่ละร้านก็มีสิทธิ์ที่จะขอให้ลูกค้าใส่หน้ากากถ้าหากเห็นว่าสมควร และหากลูกค้าปฏิเสธที่จะทำตามคำขอ ทางร้านก็มีสิทธิ์จะปฏิเสธการให้บริการ และสามารถขอให้ลูกค้าออกจากร้านด้วยเช่นกัน ซึ่งกรณีที่ทางร้านเชิญออก แล้วลูกค้าปฏิเสธ ทางร้านก็มีสิทธิ์จะขอให้ตำรวจมาเชิญออกหรือจับกุมโทษฐานบุกรุก

 

ข้อมูลอ้างอิง

City's proclamation requiring face masks in stores and restaurants is amended after threats of violence

A City in Oklahoma Ends Face Mask Requirement After Store Employees Threatened