
ป่วยโควิดหรือไม่ป่วย อาจเกี่ยวกับพันธุกรรม
ในขณะที่ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม 3,478,970 ราย เสียชีวิต 244,481 ราย หายป่วย 1,107,840 ราย สหรัฐฯมากสุดติดเชื้อรวม 1,158,881 ราย
ล่าสุดทีมนักวิจัยจากคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน (KCL) ของสหราชอาณาจักร เผยแพร่ผลการศึกษาเบื้องต้นในคลังเอกสารวิชาการแพทย์ออนไลน์ medRxiv.org โดยระบุว่าปัจจัยทางพันธุกรรมสามารถใช้อธิบายความแตกต่างในลักษณะอาการของโรคโควิด-19 ที่ผู้ติดเชื้อแต่ละคนแสดงออกมาไม่เหมือนกันได้ถึง 50% ของกรณีที่ศึกษาทั้งหมด
มีการติดตามศึกษาแฝดแท้และแฝดเทียมที่ติดเชื้อจำนวน 2,600 คู่ โดยให้บรรดาฝาแฝดรายงานอาการที่เกิดขึ้นในแต่ละวันให้ทราบผ่านแอปพลิเคชัน ทำให้ทีมผู้วิจัยพบว่าแฝดแท้ซึ่งมีพันธุกรรมเหมือนกัน 100% มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการป่วยหรือไม่เกิดอาการป่วยจากโรคโควิด-19 เหมือนกัน โดยความเหมือนนี้อยู่ในอัตราที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มแฝดเทียมซึ่งมีพันธุกรรมเหมือนกันเพียง 50% เท่านั้น แสดงว่ามีความเป็นไปได้สูงที่พันธุกรรมจะเป็นปัจจัยกำหนดความแตกต่างในเรื่องนี้
อย่างไรก็ตามผลการวิจัยของ KCL พบด้วยว่า มีการแสดงออกของอาการโรคโควิด-19 บางอย่างเท่านั้น ที่ถูกกำหนดโดยอิทธิพลของพันธุกรรม เช่นอาการไข้ ท้องเสีย เพ้อและสับสน หรือสูญเสียความสามารถในการรับกลิ่น-รส ในขณะที่อาการอย่างเช่น ไอ เสียงแห้ง เจ็บหน้าอก ปวดท้อง หรือเบื่ออาหาร ไม่เกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรมแต่อย่างใด
นอกจากงานวิจัยข้างต้นแล้ว ยังมีผลการศึกษาล่าสุดอีกชิ้นหนึ่งที่ชี้ว่า หน่วยพันธุกรรมหรือยีนที่เป็นตัวควบคุมการผลิตโปรตีน Human Leukocyte Antigen (HLA) ซึ่งช่วยให้ภูมิคุ้มกันร่างกายมองเห็นสิ่งแปลกปลอมนั้น อาจเป็นตัวกำหนดว่าผู้ติดเชื้อคนใดจะแสดงอาการหรือไม่ก็เป็นได้






