
ออสซี่มีเฮ ลุ้นผลิตวัคซีนต้านโควิด ก.ย.นี้
สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก Australia in Thailand เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า "ข่าวดีจากออสเตรเลีย นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ประกาศว่า ออสเตรเลียอาจสามารถผลิตวัคซีน สำหรับป้องกัน #โรคโควิด-19 และพร้อมใช้ได้ภายในเดือนก.ย.ปีนี้"
ทั้งนี้ สื่อท้องถิ่นของออสเตรเลียรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ คาดว่าจะสามารถเริ่มทดลองวัคซีนต้านโควิด-19 ในมนุษย์ได้อย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ค. และกำลังเร่งการพัฒนาวัคซีนอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อการพัฒนาวัคซีนเสร็จสมบูรณ์ มนุษย์ก็จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตกันตามปกติได้เร็วขึ้น
ความคืบหน้าดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ออสเตรเลียเป็นชาติแรกในโลกที่สามารถเพาะเชื้อไวรัสโคโรนาในห้องทดลองนอกประเทศจีนได้สำเร็จ
ดิ ออสเตรเลียน และเดลีเมล์ สื่อท้องถิ่นของออสเตรเลีย ระบุว่า ศาสตราจารย์เทรนต์ มันโร หัวหน้าโครงการประจำห้องทดลองของสถาบันวิศวกรรม ชีวเวชและนาโนเทคโนโลยี (เอไอบีเอ็น) มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ กล่าวว่า การผลักดันการผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในเดือนก.ย.นี้ เป็นการตั้งเป้าหมายที่มีความเป็นไปได้และอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง แต่ยังมีอุปสรรคอีกมากที่ต้องฝ่าฟันก่อนจำหน่ายแก่ประชาชนในออสเตรเลียได้ หนึ่งในนั้นคือการทดสอบในมนุษย์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทดสอบได้เร็วที่สุดช่วงต้นเดือนก.ค. นี้
“อย่างไรก็ตาม หากผลการทดสอบในมนุษย์พิสูจน์แล้วว่า วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 เราก็ยังจะไม่สามารถใช้วัคซีนในวงกว้างจนกว่าจะถึงต้นปี 2564” ศ. มันโร กล่าว
ด้าน ดร.คีธ แชปเพิล หัวหน้าโครงการร่วมกับ ศ.มันโร เปิดเผยว่า การทดสอบวัคซีนในหนูทดลองให้ผลลัพธ์เกินคาด เนื่องจากหนูทดลองมีภูมิคุ้มกันไวรัสโควิด-19 ที่ได้จากการกระตุ้นของวัคซีนในระดับที่สูงกว่าภูมิคุ้มกันซึ่งพบในร่างกายผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่รักษาหายแล้ว
ศาสตราจารย์ คานทา ซับบาเรา จากสถาบันวิจัยการติดเชื้อและภูมิคุ้มกันปีเตอร์ โดเฮอร์ตี ในเมืองเมลเบิร์น ซึ่งทดสอบศักยภาพในการป้องกันไวรัสของวัคซีนจากสถาบันเอไอบีเอ็น กล่าวว่า แอนติบอดีจากการกระตุ้นของวัคซีนมีการตอบสนองและความสามารถโจมตีตัวอย่างไวรัสที่มาจากการเพาะเลี้ยงเซลล์ ถือได้ว่าวัคซีนดังกล่าวเป็นการค้นพบที่สำคัญ เพราะมีการตอบสนองของภูมิคุ้มกันคล้ายกับวัคซีนโรคซาร์สในสัตว์ต้นแบบ ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่านำไปสู่การป้องกันการติดเชื้อได้
วัคซีนจากสถาบันเอไอบีเอ็นแห่งมหาวิทยาลัย ควีนส์แลนด์ ของออสเตรเลีย ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า การหนีบในระดับโมเลกุล หรือ โมเลคูล่า แคล็มพ์ (molecular clamp) ซึ่งได้รับสิทธิบัตรแล้ว โดยวัคซีนนี้ถูกนำไปทดสอบในหนูเมื่อไม่นานมานี้ และพบว่าสามารถกระตุ้นแอนติบอดี้ที่จำเป็นต่อการโจมตีไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อโรคโควิด-19 ได้ นอกจากการทดสอบในหนูทดลองแล้ว บริษัท เวโรคลินิกส์ เอ็กซ์พลอร์ (Viroclinics Xplore)ในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งร่วมโครงการกับสถาบันเอไอบีเอ็น กำลังดำเนินการทดสอบวัคซีนดังกล่าวกับสัตว์ขนาดใหญ่ที่เป็นต้นแบบหลายชนิด เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้งาน คาดว่าจะได้ผลทดสอบในเดือนมิ.ย.
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นับว่ามีข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ในหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงแผนทดลองวัคซีนในมนุษย์โดยทีมแพทย์และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ






