
นายกฯฝรั่งเศสเตรียมถกแผนยุทธศาสตร์สู้โควิด
นายกฯฝรั่งเศสเตรียมเสนอแผนยุทธศาสตร์การผ่อนปรนมาตรการห้ามออกจากที่พักต่อสภาผู้แทนฯวันที่ 28 เมษายนนี้
รายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ได้สรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19) ในฝรั่งเศส โดยพบว่าในวันที่ 28 เมษายนเวลา 15.00 น. นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสมีกำหนดเสนอแผนยุทธศาสตร์การผ่อนปรนมาตรการห้ามออกจากที่พัก สำหรับภายหลังวันที่ 11 พ.ค.ต่อสภาผู้แทนราษฎรซึ่งจะประกอบไปด้วยการดำเนินการใน 6 ประเด็น ได้แก่
(1) ด้านสาธารณสุข (หน้ากาก การตรวจสอบการติดเชื้อและการแยกตัวผู้ป่วย) (2) สถานศึกษา (3) การทำงาน (4) ร้านค้า (5) การคมนาคม และ (6) การรวมกลุ่มชุมนุมของประชาชน โดยจะมีการนำเสนอ application StopCovid (contact tracing) ซึ่งสภาฯ จะอภิปรายและลงคะแนนหลังจากนั้น
ทั้งนี้ สส. ฝ่ายค้านบางรายได้แสดงความห่วงกังวลว่าจะไม่สามารถพิจารณาแผนยุทธศาสตร์ได้อย่างถี่ถ้วนก่อนการลงคะแนน เนื่องจากจะไม่ได้รับทราบข้อมูลล่วงหน้าก่อนวันนำเสนอแผนและลงคะแนน
สำหรับข้อแนะนำในการกำหนดแผนผ่อนปรนมาตรการห้ามออกจากที่พักนั้น สภาวิทยาศาสตร์ covid-19 (Conseil scientifique covid-19) ซึ่งมีนายฌอง-ฟรองซัวส์ เดลเฟรซซี (Jean-Francois Delfraissy)เป็น ประธานได้ให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์การผ่อนปรนมาตรการห้ามออกจากที่พักต่อรัฐบาล (ซึ่งรัฐบาลไม่มีข้อผูกมัดที่จะต้องออกมาตรการตามข้อแนะนำดังกล่าว) อาทิ
การผ่อนปรนมาตรการห้ามออกจากที่พัก (ในช่วง 2 เดือนหลังวันที่ 11 พ.ค.) อาทิ หากตรวจพบผู้ติดเชื้อให้แยกตัวเพื่อรักษาและตรวจสอบผู้ที่ได้สัมผัสเข้าใกล้ทั้งหมด , ให้ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และสวมหน้ากากกันละอองน้ำลายขณะอยู่ในสถานที่ภายนอก ,เห็นว่ายังคงต้องปิดสถานที่ที่เป็นแหล่งชุมนุมของคนหมู่มาก ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ปิดหรือสถานที่เปิด (outdoor)
ให้อนุญาตการเดินทางระหว่างแคว้นโดยระบบขนส่งสาธารณะได้โดยต้องเคารพแนวปฏิบัติทางสาธารณสุข และหากพบอัตราการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ใด อาจพิจารณาห้ามการเดินทางระหว่างแคว้นนั้น ๆ ในอนาคตได้
ไม่แนะนำให้เดินทางไปต่างประเทศ ในช่วงหลังวันที่ 11 พ.ค. จนถึงช่วงฤดูร้อนปี 2563 เป็นอย่างน้อย โดยอาจมีมาตรการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจาก ตปท. เพื่อเฝ้าดูอาการก่อนสามารถเข้าประเทศได้ และสำหรับผู้ที่เดินทางกลับจาก ตปท. ควรให้ตรวจการติดเชื้อ (test PCR) โดยหากพบว่าติดเชื้อให้แยกตัวรักษาอย่างเคร่งครัด และหากไม่พบว่าติดเชื้อ ให้กักตนเองที่ที่พัก
นอกจากนั้นแล้วยังมีมาตรการสำหรับการเปิดสถานศึกษา ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องจนถึงวันที่ 4 ก.ค. (ก่อนปิดเทอมฤดูร้อน)
ขณะที่รมว.สาธารณสุขได้ออกกฎกระทรวงเมื่อวันที่ 25 เม.ย.2563 (แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงฉบับเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2545 เกี่ยวกับสินค้าที่สามารถวางขายได้ในร้านขายยา) อนุญาตให้ร้านขายยาสามารถขายหน้ากากซึ่งมิใช่หน้ากากอนามัย แต่สามารถกันละอองน้ำลายได้ และที่ได้การรับรองมาตรฐาน
ด้านตัวเลขผู้ติดเชื้อประจำวันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย.2563 (เวลา 14.00 น.) โดยพบว่ายอดผู้ป่วยติดเชื้อจากการตรวจ Test PCR มีจำนวน 124,575 ราย (เพิ่มขึ้น 461 ราย) ซึ่งรวมข้อมูลผู้ที่พบการติดเชื้อจากการตรวจ test PCR ในบ้านพักคนชราแล้ว แต่ไม่รวมผู้ที่สงสัยว่าติดเชื้อแต่มิได้ทำการตรวจ test
ขณะที่ตัวเลขผู้ป่วยรักษาอยู่ที่ โรงพยาบาล 28,217 ราย โดยเป็นผู้ป่วยรายใหม่ 481 ราย นับเป็นวันที่ 12 ติดต่อกันที่มีจำนวนผู้ป่วยรักษาตัวที่ โรงพยาบาลน้อยลง (5 ราย) และรักษาหายออกจากโรงพยาบาลแล้ว 44,903 ราย (เพิ่มขึ้น 309 ราย)
ส่วนผู้ป่วยอาการหนัก 4,682 ราย เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 79 ราย นับเป็นวันที่ 18 ติดต่อกันที่ยอดรวมของผู้ป่วยอาการหนักลดลงจากวันก่อนหน้า (จำนวน 43 ราย)
ด้านตัวเลขผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลมีจำนวน 14,202 ราย (เพิ่มขึ้น 152 ราย) เสียชีวิตที่บ้านพักคนชราและที่ศูนย์การแพทย์สังคม (établissements médico-sociaux) 8,654 ราย (เพิ่มขึ้น 90 ราย) รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด 22,856 ราย (เพิ่มขึ้น 242 ราย)






