thansettakij
thansettakij
โรงกลั่นอ่วม  แบกสต๊อก  3.5หมื่นล.

โรงกลั่นอ่วม แบกสต๊อก 3.5หมื่นล.

23 เม.ย. 63 | 10:10 น.

จับตาราคานํ้ามันดิบลงต่อเนื่อง หลังซาอุฯประกาศปรับลดราคาเดือนพ.ค. เผยโรงกลั่นโดนผล กระทบ 2 เด้ง 2 เดือน แบกรับขาดทุนสต๊อกแล้ว 3.5 หมื่นล้าน บวกกับกลั่นนํ้ามันแทบไม่มีกำไร คาดทั้งปีขาดทุนแน่ ส่วนนํ้ามันดิบเวสต์เท็กซัสราคาติดลบแค่ระยะสั้น ไม่ส่งผลถึงเบรนท์และดูไบ

นักลงทุนเทขายสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบในเดือนพฤษ ภาคม 2563 เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ก่อนสัญญาจะสิ้นสุดในวันที่ 21 เมษายน 2563 และได้แรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐอเมริกาลดลงอย่างมาก จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ จะเต็มในเร็วๆ นี้ไม่มีที่กักเก็บ อาจจะทำให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบต้องจ่ายเงินเพื่อระบายน้ำมันแทน

จึงได้ส่งผลให้น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ของสหรัฐอเมริกา ปรับลดลงติดลบเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 37.36 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ที่ใช้อ้างอิงของสหภาพยุโรป และน้ำมันดิบดูไบ ที่ใช้อ้างอิงราคาแถบเอเชียรวมถึงไทย ได้รับผลกระทบเล็กน้อย ส่งผลให้ราคายังอยู่ในระดับทรงตัวที่ 25.57 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล และ 20.95 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ตามลำดับ

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสที่ติดลบนี้ เกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังจากนั้นราคาได้ปรับตัวสูงขึ้น และได้เห็นสัญญาณราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ในเดือนพฤษภาคม 2563 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 20.43 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความกังวลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงอีก หลังซาอุดีอาระเบีย ได้ประกาศลดราคาน้ำมันอย่างเป็นทางการ ของเดือนพฤษภาคม 2563 สำหรับน้ำมันดิบทุกชนิดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เช่น ราคาน้ำมันดิบชนิด Arab Extra Light ส่งมอบในเอเชียอยู่ที่ -7.4 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ลดลงจากระดับ -3.1 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ในเดือนเมษายน 2563 และจะมีผลกระทบมายังโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศจากการขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน และค่าการกลั่นที่แทบจะไม่มีกำไร

นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมน้ำมัน เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสที่ติดลบนี้ คงไม่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบเบรนท์และดูไบมากนัก เพราะเป็นตลาดในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และขณะนี้เองสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบในเดือนพฤษภาคมได้ปิดตลาดที่ระดับ 20.43 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลแล้ว ส่วนจะมีผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศหรือไม่นั้น จะต้องจับตาดูว่าราคาน้ำมันดิบดูไบในช่วง 1 -2 วันนี้ จะปรับตัวลดลงอย่างไร

นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ที่ติดลบ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ ปตท.สผ. เนื่องจากเป็นเรื่องของสัญญาซื้อขายเดือนพฤษภาคมที่จะหมดอายุลงในวันที่ 21 เมษายน 2563 ทำให้ผู้ที่ถือสัญญาอยู่จะต้องส่งมอบน้ำมันดิบที่สหรัฐอเมริกา และสถานที่จัดเก็บเต็มในประเทศ จึงต้องขายสัญญาออกไป แม้ต้องขายติดลบก็ตาม ในขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์และดูไบ ยังอยู่ในระดับทรงตัว

อย่างไรก็ตาม ปตท.สผ.ในฐานะผู้ผลิตปิโตรเลียม มีก๊าซธรรมชาติเป็นผลิตภัณฑ์หลัก ซึ่งมีสูตรราคาอิงกับหลายปัจจัย เช่น ราคาน้ำมันเตาและอัตราเงินเฟ้อ และมีการปรับราคาโดยใช้ราคาย้อนหลัง 6-24 ดือน และราคาขายน้ำมันของบริษัทไม่ได้อ้างอิงกับราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสแต่อย่างใด

แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมัน เปิดเผยว่า นับจากที่ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวลงแรงตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมา จากการประกาศสงครามราคาระหว่างซาอุดีอาระเบียและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ 6 โรงกลั่นในประเทศใน 2 เรื่องหลัก ได้แก่ การขาดทุนทางบัญชีจากการสต๊อกน้ำมัน โดย เดือนมีนาคม 2563 ขาดทุนสต๊อกน้ำมันดิบไปแล้วกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท (ส่วนต่างราคา 30 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล) ขณะที่ใน 3 สัปดาห์ของเดือนเมษายน ขาดทุนสต๊อกแล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท (เกิดส่วนต่างราคาที่ 40 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล)

นอกจากนี้โรงกลั่นน้ำมันยังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบดูไบ กับราคาน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ในระดับค่อนข้างใกล้เคียงกัน ส่งผลให้ค่าการ
กลั่นเข้าสู่ภาวะขาดทุนหรือแทบไม่มีกำไรจากการกลั่นน้ำมันนำมาจำหน่าย ดังนั้น หากราคาน้ำมันยังอยู่ในภาวะเช่นนี้ คาดว่าทั้งปี กลุ่มโรงกลั่นจะประสบปัญหาการขาดทุนอย่างแน่นอน

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,568 วันที่ 23 - 25 เมษายน พ.ศ. 2563