
ส่องมาตรการอาเซียนอุ้มเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวรับมือโควิด
อาเซียนต้า เผยมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจของรัฐบาล 10 ประเทศ หนุนอาเซียนรับมือวิกฤตโควิด-19
โควิด-19 กระทบหนักธุรกิจท่องเที่ยวรวมถึงเศรษฐกิจภาพรวมนานกว่า 3 เดือนแล้ว ส่งผลให้รัฐบาลของ 10 ประเทศอาเซียนต่างงัดมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพื่อเสริมสภาพคล่องท่ามกลางภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น
นางมิ่งขวัญ เมธเมาลี ประธานสมาคมท่องเที่ยวอาเซียน หรือ อาเซียนต้า เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่ารัฐบาลต่างๆในอาเซียนต่างออกมาตรการเยียว รับมือผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยในส่วนของไทย นอกจาก เราไม่ทิ้งกัน แจกเงิน5พันบาทให้แก่ผู้มีอาชีพอิสระเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งมัคคุเทศก์ก็เข้าข่ายได้รับเงินดังกล่าว การกันซอฟต์โลนสำหรับธุรกิจท่องเที่ยววงเงิน 1 หมื่นล้านบาท เสริมสภาพคล่องการขยายเวลาการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือน และสามารถขอสินเชื่อใหม่ วงเงิน 5 แสนล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปีนาน 2 ปี ฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรกช่วยเอสเอ็มอี
การลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 5% ของยอดเงินคงเหลือ (สำหรับบัตรเครติด)ธนาคารแห่งประเทศไทยจัดตั้งกองทุนตราสารหนี้ภาคเอกชน เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดตราสารหนี้ ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากโควิด หรือมีการปิดกิจการโดยรัฐ และปิดกิจการชั่วคราว สำนักงานประกันสังคมจ่ายชดเชยค่าจ้าง 62% ของค่าจ้างรายเดือนไม่เกิน 90 วัน การยกเว้นการเสียภาษีเป็นเวลา 6 เดือน และให้ลดหย่อนภาษีจากการประกันภัย จำนวน 25,000 บาท
ส่วนสิงคโปร์นอกจากจะมีการแจกเงินสดให้คนในประเทศ 300 ดอลล่าร์สิงคโปร์ในปีนี้ และ800ดอลล่าร์สิงคโปร์ เป็นเวลา 3 เดือนสำหรับคนที่มีรายได้ต่ำซึ่งตกงานจากโควิด-19 แล้ว ในส่วนการช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวก็จะมีการเพิ่มการคืนเงินภาษีสำหรับอาคารเชิงพาณิชย์ เช่น โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ทเมนท์สถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้าและร้านอาหารจาก 15% หรือ 30% เป็น 100% การคืนเงินภาษีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นสำหรับรีสอร์ทโดยรวมจาก 10% เป็น 60%
รวมถึงโครงการสนับสนุนงานที่เพิ่มประสิทธิภาพ (JSS)โดยรัฐบาลจะจ่าย 25% ของค่าจ้างรายเดือนสำหรับคนงานท้องถิ่นทุกคน เป็นเวลา 9 เดือน จนถึงสิ้นปี 2020 และการสนับสนุนจะสูงขึ้นสำหรับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด มากถึง 75% เช่น ธุรกิจการบินและการท่องเที่ยว การยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับตัวแทนการท่องเที่ยวที่ได้รับอนุญาตของ Singapore Tourism Board (STB) และลดค่าธรรมเนียมการมีส่วนร่วม 50% สำหรับ STB นำงานแสดงสินค้าและโรดโชว์เข้ามา เป็นต้น
อินโดนีเซีย มีมาตรการลดหย่อนเครดิตของธนาคารรัฐบาลเสนอการจ่ายเงินสดเป็นค่าจ้างรายเดือน 3 เดือนสำหรับผู้มีรายได้น้อยเพื่อเพิ่มกระแสเงินสดในระบบการเงิน ส่วนเมียนมา มีการลดสินเชื่อดอกเบี้ย 1% สำหรับภาคการท่องเที่ยวและเสื้อผ้า
ด้านมาเลเซีย เกือบทุกครัวเรือนที่มีรายได้แตกต่างกันจะได้รับเงินช่วยเหลือนักศึกษา ไปจนถึงครัวเรือนที่มีรายได้ตั้งแต่ 2,000-4,000 ริงกิต จะได้รับเงินช่วยเหลือต่อเดือนอยู่ที่ระหว่าง 200-1,600 ริงกิต การประกาศพักชำระเงินกู้หกเดือนโดยสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่มีคนงานในท้องถิ่นที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 4,000 ริงกิต จะได้รับเงินอุดหนุนค่าแรงคนงาน เช่นน้อยกว่า 75 คนได้รับ1,200 ริงกิตต่อคน ระหว่าง 76 - 200 คน ได้ 600 ริงกิตต่อคน มอบส่วนลดค่าไฟฟ้า 15% แก่โรงแรม, ตัวแทนการท่องเที่ยว, สายการบิน,ห้างสรรพสินค้า, ศูนย์ประชุมและนิทรรศการ
การยกเว้นการจัดเก็บกองทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRDF) จากโรงแรม และ บริษัท ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ยกเว้นภาษีบริการ 6% สำหรับโรงแรม มีผลตั้งแต่เดือนมีนาคม-สิงหาคม 2563 จัดตั้งบัตรกำนัลดิจิตอลสำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศสูงถึง RM100 ต่อคน สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ, ทางรถไฟ และที่พักในโรงแรมสำหรับชาวมาเลเซียทุกคน (พร้อมเงินสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและจัดสรร 500 ล้านริงกิต สำหรับบัตรกำนัลและการส่งเสริมการท่องเที่ยว)
กัมพูชา ภาคการบินจะได้รับการยกเว้นภาษีขั้นต่ำ 3 เดือนตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2563 สำหรับบริษัทสายการบินในกัมพูชาและชะลอเวลาการชำระเงินที่ค้างชำระค่าธรรมเนียมการบินพลเรือน เป็นเวลาหกเดือน สายการบินเหล่านั้นจะเริ่มดำเนินการชำระหนี้หลังจากช่วงเวลานี้ ส่วนภาคการท่องเที่ยวได้ขยายเวลาการยกเว้นภาษีรายเดือนทุกประเภทสำหรับโรงแรม, เกสต์เฮาส์ร้านอาหารและตัวแทนการท่องเที่ยวที่ลงทะเบียนกับกรมสรรพากร เป็นเวลา3เดือนจาก มีนาคมถึงพฤษภาคม 2563
รวมถึงการให้เงินสนับสนุน โดยคิดจากค่าแรงขั้นต่ำ 20% จากรัฐบาลไปสู่คนงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการของโรงแรมร้านอาหาร, เกสต์เฮาส์และตัวแทนการท่องเที่ยวที่จดทะเบียนกับกรมภาษีอากร ผู้รับเงินจะต้องเข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรม 1-2 สัปดาห์ที่จัดโดยกระทรวงการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการรับเงินอุดหนุนจำนวน 20% ของเงินเดือนขั้นต่ำ
ฟิลิปปินส์ ทางระบบประกันสังคม (SSS) จะเตรียมเงินทุนจำนวน 1.2 พันล้านเปโซ สำหรับผลประโยชน์การว่างงานสำหรับพนักงานสูงถึง 6 หมื่นคน ครอบคลุมการว่างงานอันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เนื่องจากโควิด ขณะที่องค์กรขนาดเล็ก (ที่มีขนาดสินทรัพย์ไม่เกิน 3ล้านเปโซ) อาจกู้ 10,000 ถึง 200,000 เปโซ และองค์กรขนาดเล็ก (ที่มีขนาดสินทรัพย์ไม่เกิน 10ล้านเปโซ) อาจกู้ได้สูงสุด 500,000 เปโซ โปรแกรมนี้จะเริ่มขึ้นเมื่อมีการยกระดับในการกักกันโรค พักชำระหนี้เงินกู้ยืมสำหรับองค์กรขนาดเล็ก 127,000 แห่ง และ 15,000 วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
บรูไน มีการเลื่อนเวลาในการชำระคืนเงินต้นของเงินทุนหรือสินเชื่อ เป็นเวลา 6 เดือน สำหรับธุรกิจการท่องเที่ยว ร้านอาหาร / ร้านกาแฟ (อาหารและเครื่องดื่ม) การขนส่งทางอากาศ อีกทั้งภาคการท่องเที่ยวและการบริการ รวมถึงการขนส่งทางอากาศและทางน้ำได้ส่วนลด 30% สำหรับอัตราค่าเช่าสำหรับอาคารรัฐบาล ส่วนลด 50% สำหรับภาษีนิติบุคคล, บริษัท และสาธารณะ จำกัด สำหรับปี2563 ส่วนลด 15% สำหรับค่าน้ำและค่าไฟฟ้า ชะลอการชำระคืนเงินกู้หรือเงินทุนสำหรับทุกภาคธุรกิจ
สำหรับเวียดนามเตรียมวงเงิน 27 ล้านล้านด่องหรือ 1.16 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเยียวยาผลกระทบ การขยายระยะเวลาการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลออกไป 5 เดือนสำหรับธุรกิจในภาคเกษตร ผลิตรองเท้า รถยนต์ การบิน สิ่งทอ อิล็กทรอนิคส์ แปรรูปอาหาร และการท่องเที่ยว ซึ่งคิดเป็นเงินภาษีราว 974 ล้านดอลลาร์ รวมทั้งขยายเวลาการชำระค่าธรรมเนียมการใช้ที่ดินออกไปจนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2562 อีกทั้งธนาคารกลางได้ลดอัตราดอกเบี้ย 0.5- 1 %ของในเดือนกุมภาพันธ์ และการเตรียมวงเงินสินเชื่อ 12.4 พันล้านดอลลาร์ให้กับธุรกิจที่ได้ผลกระทบ และได้ขอให้ธนาคารพาณิชย์ลดลดอกเบี้ยตาม เป็นต้น






