
อังกฤษ-สหรัฐฯอัดฉีดงบ เร่งวิจัยวัคซีนต้านโควิด-19
รัฐบาลอังกฤษจัดตั้งคณะทำงานชุดใหม่วานนี้ (17 เม.ย.) เพื่อสนับสนุนความพยายามในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พร้อมกันนี้ ยังประกาศว่า โครงการวิจัยใหม่จำนวน 21 โครงการ จะได้รับเงินสนับสนุนคิดเป็นวงเงินรวมทั้งสิ้น 14 ล้านปอนด์ หรือราว 569.4 ล้านบาท เพื่อเร่งความคืบหน้าในการคิดค้นวัคซีนและยารักษาโรคโควิด-19 อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ คณะทำงานดังกล่าวมีบริษัทเอกชนด้านยาและเวชภัณฑ์ ตลอดจนองค์กรการกุศล ร่วมด้วย อาทิ บริษัท แอสตราเซเนกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตเวชภัณฑ์รายใหญ่ของอังกฤษ และเวลคัม ทรัสต์ ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยการกุศล
คณะทำงานเปิดเผยว่า อังกฤษได้ดำเนินการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 แล้วจำนวน 1 ล้านโดส แม้ว่ายังไม่มีการทดลองเพื่อพิสูจน์ว่าวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพหรือไม่ก็ตาม ขณะที่คณะนักวิทยาศาสตร์ของอังกฤษที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ก็กำลังทำการพัฒนาวัคซีนดังกล่าว
นายเอล็อค ชาร์มา รัฐมนตรีว่าการด้านธุรกิจ พลังงาน และยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมของอังกฤษเปิดเผยว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ของอังกฤษกำลังเร่งคิดค้นวัคซีนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เพื่อจะรักษาและปกป้องชีวิตประชาชนจากไวรัสโควิด-19 และรัฐบาลอังกฤษก็จะให้การสนับสนุนความพยายามของพวกเขาอย่างเต็มที่
ความคืบหน้าในสหรัฐฯ
นายสเตเฟน แบนเซล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท โมเดอร์นา (Moderna) บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (ไบโอเทค) ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยเมื่อเร็วๆนี้ว่า บริษัทได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เป็นจำนวน 483 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 15,456 ล้านบาทเพื่อเร่งพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ เงินทุนดังกล่าวมีความสำคัญต่อการผลิตวัคซีน และบริษัทก็มีแผนเตรียมจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นอีก 150 คนเพื่อสนับสนุนการเพิ่มกำลังการผลิต
ผู้บริหารของโมเดอร์นายอมรับว่า บริษัทจะไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากสำนักงานเพื่อการพัฒนาและวิจัยขั้นคืบหน้าสำหรับยาชีวภาพ ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ
รายงานข่าวระบุว่า การพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 นั้น บริษัทเอกชนมีบทบาทอย่างมาก และหลายรายก็มีศักยภาพมากพอที่จะเดินหาทำการวิจัยและผลิตวัคซีนออกมา เช่นกรณีของบริษัท ซาโนฟี จากประเทศฝรั่งเศส เมื่อเร็วๆ นี้ (17 เม.ย.) นายพอล ฮัดสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เปิดเผยว่า บริษัทจะสามารถผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จำนวน 600 ล้านโดสภายในปีหน้า (2564) ถ้าหากการทดสอบทางคลินิกกับบริษัท แกล็กโซสมิทไคลน์ หรือ GSK ซึ่งเป็นบริษัทยาของประเทศอังกฤษ มีความคืบหน้าตามแผนที่วางไว้
"เราเชื่อว่าเราเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่จะสามารถผลิตวัคซีนได้จำนวนมาก" นายฮัดสันกล่าว และว่า ซาโนฟีและจีเอสเค ได้ทำข้อตกลงร่วมกันผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ภายในสิ้นปีหน้า โดยจะมีการทดสอบทางคลินิกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และหากการทดสอบประสบความสำเร็จ ก็จะมีการผลิตในวงกว้างภายในครึ่งหลังของปีหน้า (2564)
จีนมีวัคซีน 3 ชนิดเข้าสู่ช่วงทดลอง
จีนก็เป็นอีกประเทศที่มีความรุดหน้าในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19
สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา คณะนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของกลไกป้องกันและควบคุมโรคระบาดแห่งคณะรัฐมนตรีจีน ได้ประกาศว่า ขณะนี้ วัคซีนต้านโควิด-19 สองชนิดที่จีนผลิตขึ้นเองนั้น ได้รับอนุญาตให้ทดลองใช้จากสำนักงานควบคุมและบริหารยาแห่งชาติจีนแล้ว นับเป็นวัคซีนรุ่นแรกที่ได้รับอนุญาตให้ทดลองใช้
ทั้งนี้ วัคซีน 2 ชนิดดังกล่าว เป็นผลงานการวิจัยและผลิตโดยสถาบันวิจัยผลิตภัณฑ์ชีวภาพอู่ฮั่นแห่งประเทศจีน และบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ เคอซิง จงเหวย แห่งประเทศจีน จำกัด
นอกจากนี้ จีนยังมีวัคซีน 3 ชนิดที่ได้รับอนุญาตเข้าสู่ช่วงทดลอง โดยวัคซีนชนิดแรกที่ได้รับการอนุญาตนั้นมาจากคณะวิจัยของพลเอกหญิงเฉิน เวย ซึ่งมีการทดลองใช้กับอาสาสมัครกลุ่มแรกเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และมีการทดลองใช้ในอาสาสมัครรุ่นที่สองเมื่อวันที่ 9 เมษายนนี้ นับเป็นวัคซีนตัวแรกของโลกที่เริ่มต้นการทดลองครั้งที่ 2
ตามปกติ การทดลองใช้วัคซีนจะแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน นายหวัง จุนจื้อ สมาชิกสภาวิศวกรรมแห่งประเทศจีนกล่าวว่า การทดลองครั้งแรกและครั้งที่สอง ต้องการใช้เวลาหลายเดือนตามขั้นตอนและสูตรที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ผลงานวิจัยยาต้านโควิด-19 ของจีนยังมีการนำไปใช้ในบางประเทศแล้วด้วย
เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา กองทุนมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ (Bill & Melinda Gates Foundation) ซึ่งจัดการประชุมออนไลน์สำหรับผู้สื่อข่าวว่าด้วยสุขภาพและการพัฒนาของโลกในประเด็น “ติดตามผลคืบหน้าการวิจัยและผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ระหว่างประเทศ และเสนอแนวทางดำเนินความร่วมมือแบบพหุภาคีเพื่อรับมือกับการท้าทาย” ผู้แทนของสหพันธ์วัคซีนโลก (Gavi) และสหพันธ์ประดิษฐ์คิดสร้างการป้องกันโรคระบาด (CEPI) ได้แสดงความชื่นชมผลงานการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ของจีน และยืนยันบทบาทสำคัญขององค์กรอนามัยโลก (WHO)ในด้านการดำเนินความร่วมมือต้านไวรัสโควิด-19
“ผลงานต้านโควิด-19 ของจีนมีประสิทธิภาพสูง ขอบคุณประเทศจีนที่ช่วยเหลือประเทศอื่น ๆ ในโลกอย่างเต็มที่” นายแพทย์ เซธ เบิร์คลีย์ ซีอีโอของสหพันธ์วัคซีนโลก (Gavi) กล่าว






