
น้ำมันดิ่งหนัก หลุด 20 ดอลลาร์/บาร์เรล
ดิ่งหนัก ราคาน้ำมันหลุด 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พิษโควิด ล็อกดาวน์เศรษฐกิจ ทำความต้องการลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน ราคาน้ำมันสัญญาสหรัฐฯในวันพุธ(15เม.ย.) แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2002 คาดอุปสงค์พลังงานโลกจะลดลงมากสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้และสต๊อกปิโตรเลียมอเมริกาเพิ่มขึ้น 12 สัปดาห์ติด สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม ลดลง 24 เซนต์ ปิดที่ 19.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ลอนดอนงวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 1.91 ดอลลาร์ ปิดที่ 27.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ดี ทบวงพลังงานสากล(ไออีเอ) เตือนถึงแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันดิบลดลงมากสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19) ซึงบีบให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต้องปิดเศรษฐกิจของตนเอง โดยไออีเอ ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์พลังงานโลกลง 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับอัตราการเติบโตของอุปสงค์โลกในช่วง 1 ทศวรรษหรือ 10 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางในช่วงครึ่งปีหลังก็ตาม รายงานระบุ
ส่วนสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานแห่งสหรัฐฯ(อีไอเอ) เผยแพร่รายงานในวันพุธ(15 เม.ย.) ระบุว่า คลังน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 10 เมษายน เพิ่มขึ้นถึง 19.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดหมายไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นราว 10.1 ล้านบาร์เรล
นอกจากนี้แล้วอีไอเอยังรายงานด้วยว่าคลังน้ำมันเบนซินสำรองเพิ่มขึ้น 4.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์เดียวกัน เช่นเดียวกับสต๊อกน้ำมันกลั่น ซึ่งเพิ่มขึ้น 6.3 ล้านบาร์เรล
ขณะที่การรายงานทางเศรษฐกิจ สำคัญต่าง ๆ ที่ออกเผยแพร่ เมื่อวันที่ 15 เมษายน ระบุว่ายอดค้าปลีกสหรัฐฯดิ่งลงในเดือนมีนาคม ขณะที่ผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนเดียวกัน ลดลงหนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1946 ส่วนธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ระบุในรายงานว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของอเมริกาหดตัวอย่างรุนแรง
ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านที่ทรุดลงอย่างหนักและสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการที่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกได้หยุดชะงักลงจากการที่รัฐบาลออกมาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาโควิด-19






