
ภาวะฉุกเฉินเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
นายชินโซะ อาเบะ ยังมีแผนประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมากในกรุงโตเกียวและเมืองใหญ่อื่นๆ ทั่วประเทศ กฎหมายฉบับแก้ไขล่าสุดของญี่ปุ่น ที่ให้ครอบคลุมการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กำหนดว่า นายกรัฐมนตรีสามารถประกาศภาวะฉุกเฉินได้ หากว่าสถานการณ์เข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตของประชาชน และอาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจ (ทั้งนี้ คาดว่าการประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 7 เม.ย. หลังการปิดต้นฉบับรายงานชิ้นนี้ 1 วัน และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพุธที่ 8 เม.ย. เป็นต้นไป)
การประกาศภาวะฉุกเฉินตามกฎหมายฉบับแก้ไขล่าสุดของญี่ปุ่น จะให้อำนาจเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด ในการแนะนำ ให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน สั่งปิดโรงเรียน หรือสถานที่อื่นๆ โดยการประกาศครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่เมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงโตเกียว และโอซากา
การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งนี้ เกิดขึ้นขณะที่ญี่ปุ่นพยายามควบคุมไม่ให้จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ กระบวนการดำเนินการก่อนที่จะมาถึงการประกาศภาวะฉุกเฉินนั้นมีขั้นตอน เนื่องจากนายอาเบะ ไม่สามารถประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามดุลพินิจของตัวเองได้ แต่จะต้องหารือกับคณะที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งจะเป็นผู้ร่วมกันพิจารณาว่า ควรจะต้องมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ นอกจากนี้ รัฐบาลจะต้องแจ้งให้รัฐสภาทราบก่อนด้วย
ด้าน นางยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าการกรุงโตเกียว และนายฮิโรฟุมิ โยชิมูระ นายกเทศมนตรีเมืองโอซากา ได้เรียกร้องให้นายอาเบะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่สมาคมการแพทย์ญี่ปุ่นพยายามหามาตรการไม่ให้ระบบการแพทย์และสาธารณสุขของญี่ปุ่นต้องพบกับทางตันและภาวะที่บุคลากรการแพทย์ไม่สามารถรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่ล้นโรงพยาบาล เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (5 เม.ย.) เฉพาะในกรุงโตเกียวมีรายงานยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 143 ราย ทำให้จำนวนยอดรวมผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในกรุงโตเกียวเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 1,000 คนแล้ว ส่วนยอดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่กว่า 3,500 คน และยอดผู้เสียชีวิตรวม 73 คน
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 23 ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,564 วันที่ 9 - 11 เมษายน พ.ศ. 2563






