thansettakij
thansettakij
พิษโควิดฉุดลงทุนทางตรงทั่วโลกหดตัว 30-40%

พิษโควิดฉุดลงทุนทางตรงทั่วโลกหดตัว 30-40%

27 มี.ค. 63 | 05:32 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มี.ค. 63 | 12:44 น.

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่ยังคงวิกฤตทั่วโลกในขณะนี้ จะส่งผลให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลกหดตัวลงราว 30-40% โดยโควิด-19 ไม่ใช่แค่ปัญหาของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกอีกต่อไป แต่จะส่งผลกระทบต่อตัวเลข FDI และห่วงโซ่มูลค่าของโลก  แม้จะมีผลกระทบเริ่มปรากฏให้เห็นจากความจำเป็นที่ต้องระงับการผลิตจนกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และต่อระบบเศรษฐกิจที่มีการบูรณาการอย่างใกล้ชิดกับห่วงโซ่มูลค่าทั่วโลกมาแล้ว แต่ความพยายามในการลดการแพร่กระจายด้วยการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วโลกที่เห็นอยู่ในขณะนี้ จะยิ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงขึ้นต่อทุกประเทศ โดยไม่เกี่ยวว่าพวกเขาจะมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอุปทานทั่วโลกแค่ไหน

 

ตามรายงานระบุอีกว่า อุตสาหกรรมทั่วโลกอาจมีผลประกอบการลดลงเฉลี่ย 30% ในปี 2563 เมื่อประเมินจากผลประกอบการของบริษัทข้ามชาติ (MNE) ขนาดใหญ่ 5,000 แห่งในอุตสาหกรรมพลังงาน, วัสดุพื้นฐาน, สายการบิน และยานยนต์ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด

นอกจากนี้ ธุรกิจ MNE ในประเทศพัฒนาแล้วมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบมากกว่า โดยคาดว่าอาจมีผลประกอบการลดลงเฉลี่ย 35% เมื่อเทียบกับประเทศกำลังพัฒนาที่คาดว่าผลประกอบการจะลดลงราว 20%

สภาวะการหดตัวของผลประกอบการธุรกิจจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในสหรัฐจากการถ่วงน้ำหนักของบริษัทข้ามชาติในภาคพลังงาน ส่วนยุโรปก็กำลังเผชิญกับการชะลอตัวมากกว่าในเอเชียขณะนี้