
สรุปเหตุการณ์ “โควิด-19” ในฝรั่งเศส สลดแพทย์ติดเชื้อ-ตายเพิ่ม
เพจเฟซบุ๊กของ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้ประมวลสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “Covid-19” ในประเทศฝรั่งเศส ณ วันที่ 23 มี.ค. 2563 (เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น) มีเนื้อหาที่สำคัญสรุปได้ดังนี้
ยอดติดเชื้อ-ตายเพิ่ม หน้ากากยังขาดแคลน
ยอดผู้ป่วยสะสม เพิ่มขึ้น 3,838 ราย เป็นจำนวนรวม 19,856 ราย ในจำนวนนี้ รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลจำนวน 8,675 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 2,082 ราย ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 186 ราย เป็นยอดรวม 860 รายทั่วประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศส แถลงว่า มีบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิตเพิ่มเติมจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และย้ำว่า รัฐบาลกำลังพยายามสั่งหน้ากากอนามัยเพิ่มอีกหลายล้านชิ้น (เพิ่มเติมจาก 250 ล้านชิ้นที่กำลังถูกจัดส่งมายังฝรั่งเศส) แต่ประเทศอื่น ๆ ก็ต้องการหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ทางการแพทย์เหล่านี้เช่นกัน จึงยังไม่มั่นใจว่าจะได้เพิ่มเติมจำนวนเท่าใด รัฐบาลจะจัดส่งหน้ากากอนามัยจำนวน 20 ล้านชิ้นให้แก่โรงพยาบาลและบ้านพักคนชราในสัปดาห์นี้ และจะจัดส่งเพิ่มเติมให้แก่แพทย์อิสระในต้นสัปดาห์หน้า
รัฐ-เอกชนร่วมใจสนับสนุนบุคลากรการแพทย์
สื่อมวลชนฝรั่งเศสรายงานข่าวว่า มีแพทย์เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มจำนวน 2 ราย เป็นสูตินรีแพทย์ 1 ราย และแพทย์ทั่วไป 1 ราย และต่อมามีรายงานว่าเสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ยอดบุคลากรทางการแพทย์ในฝรั่งเศสที่ติดเชื้อโควิด-19 และเสียชีวิต มีจำนวนรวมเป็น 5 ราย
ปัจจุบัน พบว่ามีบุคลากรทางการแพทย์ในเขตกรุงปารีสและชานเมืองถึง 490 รายที่ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว ในจำนวนนี้ 3 รายมีอาการหนัก สืบเนื่องจากการขาดอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่เหมาะสมและเพียงพอระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ แม้รัฐบาลได้พยายามสรรหาอุปกรณ์เพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนให้แล้ว นอกจากนี้ มีภาคเอกชนฝรั่งเศสยังแสดงความประสงค์ให้การสนับสนุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อาทิ บริษัท SNCF ให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้บริการรถไฟความเร็วสูง TGV และรถไฟระหว่างเมืองได้ฟรี บริษัทโททาล (Total) ให้บุคลากรทางการแพทย์เติมน้ำมันฟรี โดยจะแจกบัตรเติมน้ำมันที่โรงพยาบาลต่าง ๆ (มีมูลค่าประมาณ 50 ล้านยูโร) และร้านอาหารที่ต้องปิดบริการบางร้านได้นำสต็อกอาหารมาปรุงอาหารแจกฟรีให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ เป็นต้น
ความคืบหน้าเรื่องการใช้ “ยาคลอโรควิน”
สภาสาธารณสุขแห่งชาติฝรั่งเศส ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยารักษา ดังนี้
- ขอให้มีการทดลองในผู้ป่วยจำนวนมากที่สุดเพื่อให้ได้ผลการศึกษาที่เชื่อถือได้
- ขอให้ยังไม่ใช้ยา “คลอโรควิน” (chloroquine) เว้นแต่ว่าเป็นรายที่มีอาการหนักมากและคณะแพทย์ที่ทำการรักษาได้ให้ความเห็นชอบให้ใช้ยาดังกล่าว
- ขอให้แพทย์ไม่สั่งยา chloroquine รักษาอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหนักหรือผู้ที่ยังไม่มีอาการ
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะออกประกาศให้สามารถใช้ยา chloroquine รักษาได้เฉพาะในโรงพยาบาลตามเงื่อนไขที่กำหนดเบื้องต้น นอกจากนี้ ยังขอให้ประชาชนช่วยเหลือซึ่งกันและกันและช่วยดูแลเพื่อนบ้านที่สูงอายุ รัฐบาลกำลังพิจารณาว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ผู้สูงอายุที่อาศัยโดยลำพังได้อย่างไร
แอร์บัสยกเลิกจ่ายปันผล-ผู้ค้าปลีกแจกโบนัสพนักงาน
บริษัท แอร์บัส ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอากาศยาน ประกาศยกเลิกการจ่ายเงินปันผลปี 2562 แก่ผู้ถือหุ้น มูลค่าประมาณ 1,400 ล้านยูโร และปรับลดเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2563 ลงเพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 บริษัทแจ้งว่ามีสภาพคล่องทางการเงินเพิ่มเติมจาก 20,000 ล้านยูโร เป็น 30,000ล้านยูโร และจะยังคงดำเนินกิจการและทำการผลิตตามคำสั่งซื้อที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งยินดีช่วยเหลือให้ความยืดหยุ่นทางการเงินแก่ลูกค้าโดยเฉพาะในกรณีที่วิฤตโรคระบาดมีความยืดเยื้อ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อและเตรียมพร้อมด้านมาตรการสาธารณสุขและความปลอดภัยเพื่อให้พนักงานบางส่วนสามารถกลับมาทำงานได้ที่บริษัททั้งในฝรั่งเศสและสเปน ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. (หลังปิดโรงงานชั่วคราวตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 มี.ค.) โดยบริษัทมีความเชื่อมั่นว่าจะผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปได้
ทางด้านกลุ่มบริษัทผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของฝรั่งเศส ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต อาทิ โอชอง คาร์ฟูร์ และอินเตอร์มาร์เช ประกาศจะจ่ายเงินโบนัสให้แก่พนักงานที่มาปฏิบัติหน้าที่ในช่วงนี้รายละ 1,000 ยูโร ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังฝรั่งเศสได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมาให้บริษัทต่าง ๆ สามารถจ่ายเงินโบนัส (ไม่เกิน 1,000 ยูโร)ให้แก่พนักงานภายในวันที่ 30 มิ.ย. โดยเป็นเงินที่ไม่ต้องเสียภาษีและเงินสมทบประกันสังคม อย่างไรก็ตาม สหภาพแรงงานยังคงไม่พอใจและเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ดีกว่านี้ หลังจากพบว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่ง อายุ 45 ปี ประจำศูนย์การค้า O'Parinor เมือง Aulnay-sous-Bois ชานกรุงปารีสได้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสดังกล่าว
ปิดชายแดนกระทบแรงงานการเกษตร
ประธานสหพันธ์เกษตรกรฝรั่งเศส (FNSEA) ได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนเก็บเกี่ยวผักและผลไม้ในช่วงเดือน มี.ค.- พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวที่สำคัญในฝรั่งเศสโดยมีความต้องการแรงงานจำนวน 45,000 รายสำหรับเดือน มี.ค. และ 75,000 รายสำหรับเดือน เม.ย. และ พ.ค. แต่ปัจจุบัน ฝรั่งเศสประสบปัญหาจากการปิดชายแดน ทำให้ลูกจ้างต่างชาติ ซึ่งเป็นแรงงานจากประเทศตูนิเซีย โมร็อกโก และยุโรปตะวันออก และเป็นลูกจ้างตามฤดูกาลไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศฝรั่งเศสได้ หากปัญหานี้ยังยืดเยื้อก็อาจส่งผลให้เกิดความขาดแคลนผักและผลไม้สดในประเทศได้ โดยปัจจุบันได้ส่งผลกระทบในหลายจังหวัดแล้ว อาทิ Pyrénées-Orientales, Gard, Hérault, Dordogne, Lot-et-Garonne และ Tarn-et-Garonne นอกจากนี้ ทางสหพันธ์ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลอนุญาตให้ คนงานสามารถทำงานได้เกินกว่า 48 ชั่วโมง/สัปดาห์ และขอให้ยกเว้นภาษีแก่การทำงานล่วงเวลาด้วย
คำแนะนำสำหรับคนไทยที่จะเดินทางกลับประเทศไทย
ขณะนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังมีความรุนแรงทั้งในยุโรปและหลายพื้นที่ทั่วโลก ส่งผลให้หลายประเทศมีมาตรการที่เข้มงวดในการจำกัดการเดินทางเข้า-ออกประเทศ เพื่อป้องกันและชะลอการแพร่เชื้อ เช่น การปิดน่านฟ้า การปิดสนามบิน การห้ามแวะต่อเครื่องบิน (transit) ซึ่งมีการออกมาตรการเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น คนไทยที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย ขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งตรวจสอบกับสายการบินที่จะใช้บริการ โดยขณะนี้ สายการบินหลายแห่งได้ปรับลดเที่ยวบิน หรืองดให้บริการแล้ว
สำหรับเอกสารที่ต้องจัดเตรียมให้พร้อมสำหรับการเดินทางกลับประเทศไทยนั้น นอกจากบัตรโดยสารเครื่องบินและหนังสือเดินทางแล้ว จะต้องแสดงเอกสารเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการเช็คอินขึ้นเครื่องบิน ได้แก่ (1)ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง (Fit to Fly Health Certificate) และ (2) หนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศไทยที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ออกให้ ซึ่งขอดูรายละเอียดได้ที่ http://www.thaiembassy.fr/2020/03/19/certificatetothailand/ และ https://www.facebook.com/133471707071734/posts/918108088608088/
และตามที่สำนักงานตำรวจของฝรั่งเศสได้มีประกาศเมื่อวันที่ 16 มี.ค.2563 ปิดรับคำร้องเกี่ยวกับบัตรถิ่นพำนัก (titres de séjour)ในฝรั่งเศสทั้งหมดจนกว่าจะมีประกาศแจ้งต่อไป และอนุโลมให้เอกสารที่จะหมดอายุตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. 2563 ขยายอายุต่อไปอีก 3 เดือน นั้น เอกสารดังกล่าว ได้แก่
(1) วีซ่าพำนักระยะยาว (ไม่รวมวีซ่าประเภทท่องเที่ยว)
(2) บัตรถิ่นพำนัก (titres de séjour) ซึ่งไม่รวมถึงบัตรถิ่นพำนักสำหรับนักการทูต
(3) ใบอนุญาตให้พำนักอาศัยชั่วคราว (autorisations provisoires)
(4) ใบรับรองคำขอลี้ภัย และ
(5) ใบพำนักชั่วคราวที่ใช้ระหว่างขอรับบัตรถิ่นพำนัก (récépissé)
โดยสำนักงานตำรวจแนะนำว่า ผู้ถือเอกสารข้างต้นที่จะหมดอายุในช่วงดังกล่าว ยังไม่ควรเดินทางออกนอกฝรั่งเศสเพราะอาจมีอุปสรรคในการเดินทางกลับเข้ามาอีกครั้ง ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลจากแหล่งทางการว่า วีซ่าระยะสั้น เช่น วีซ่าท่องเที่ยว จะได้รับการต่ออายุในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น ผู้ที่ยังพำนักในฝรั่งเศสด้วยวีซ่าระยะสั้น ควรพิจารณาเดินทางกลับประเทศไทยก่อนวีซ่าหมดอายุ






