
ถกคุมระบาด3ชม. “บิ๊กตู่” ขู่ใช้อำนาจตัวเอง หากใครไม่ร่วมมือ
นายกรัฐมนตรี ลั่น จะใช้อำนาจของตัวเอง หากใครไม่ร่วมมือ หลังใช้เวลา 3 ชั่วโมงฟังรายงานทุกมาตรการ ในการประชุมบอร์ดคุมระบาด
วันที่ 23 มี.ค. 63 เวลา 14.00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาในการประชุมนานประมาณ 3 ชั่วโมง
ซึ่งภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น พลเอกประยุทธ์ นั่งรถประจำตำแหน่งอกอจากทำเนียบรัฐบาลทันที โดยไม่มีการแถลงและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่เมื่อขบวนรถผ่านกลุ่มสื่อมวลชน พลเอกประยุทธ์ ได้ลดกระจกรถลงมา แล้วโบกมือให้กับสื่อมวลชนพร้อมกับบอกว่า "ใจเย็นๆ พรุ่งนี้เจอกัน"
รายงานข่าวในที่ประชุมเปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า เวลาส่วนใหญ่ในการประชุมใช้กับการรายงานความคืบหน้าและประเมินมาตรการทั้ง 6 ด้าน เริ่มจากด้านสาธารณสุข ที่ต้องเตรียมพร้อม ร.พ.ทั้งหมดทั่วประเทศ/เตียงผู้ป่วย/บุคลากร/ยา เวชภัณฑ์ ค่าตอบแทนพิเศษให้บุคลากรทางการแพทย์
ด้านเวชภัณฑ์ รายงานความคืบหน้าในการเร่งผลิตหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ วันละ 2 ล้านชิ้น แจกจ่ายสถานพยาบาล ส่วนด้านข้อมูล ทำการชี้แจง การรับเรื่องเรียน ประเด็นการเข้าใจผิดต่างๆในสังคม
“ซึ่งมาตรการนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้บูรณาการการทำงานของทุกส่วน ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างไปแถลงงานของตัวเอง ทำให้ประชาชนสับสน ถ้าใครจะแถลงให้มาแถลงที่ทำเนียบรัฐบาล”
ด้านการต่างประเทศ ที่รายงานสถานการณ์และมาตรการของประเทศไทยและประเทศต่างๆ ที่มีการตั้งทีมไทยแลนด์ในต่างประเทศประสานคนไทย ข้าราชการ นักเรียนนักศึกษาในแต่ละระเทศดูแล
ด้านมาตรการป้องกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันรายงานความคืบหน้าถึงการปิดสถานที่ต่างๆ การปิดด่านชายแดน ซึ่งมีพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รายงานว่าตอนนี้กระทรวงมหาดไทยได้รวบรวมข้อมูลการปิดสถานที่อยู่ภายใต้คำสิ่งปิด ตามคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งประเทศ 63,114 แห่ง กทม.และปริมณฑล 30,695 แห่ง 71 จังหวัด 32,419 แห่ง ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม ก็ร่วมรายงานด้วย และมีการรายงานถึงผลกระทบจากการออกประกาศของกทม.และปริมณฑล ที่ทำให้มีประชาชนแตกตื่น และบางส่วนเดินทางออกจากกทม.กลับภูมิลำเนา ทำให้เกิดปัญหาที่สถานีขนส่งหมอชิต
“จึงทำให้นายกรัฐมนตรีถึงกับทำหน้าเครียดและส่ายหน้าเมื่อฟังรายงาน บอกตอนหนึ่งว่า ถ้าใครไม่ให้ความร่วมมือ ผมคงจะต้องใช้อำนาจของตัวเอง ในการดำเนินการ ที่อาจจะพิจารณาใช้กฎหมายพิเศษ หรือยาแรงอีกครั้ง”
ส่วน ด้านมาตรการเยียวยา ในวันนี้ยังไม่ได้มีการหารือมาตรการใดใดเพิ่มเติม เป็นเพียงกระทรวงต่างๆรายงานมาตรการชุดแรกที่ครม.อนุมัติไปแล้ว ว่ามีความคืบหน้าอย่างไร
“มาตรการใหม่ชุดที่2 นายกฯบอกว่า ผมได้อนุมัติในหลักการไปแล้ว ให้นำเข้าที่ประชุมครม.พรุ่งนี้(24มี.ค.)”
ขณะแหล่งข่าวอีกราย ให้ข้อมูลว่า ที่ประชุมยังไม่มีมติให้ใช้ยาแรงเพื่อคุมสถานการณ์ด้วยการใช้กฎหมายพิเศษ เนื่องจากพบข้อมูลว่าตัวเลขของผู้ติดเชื้อลดลงจากเมื่อวานนี้(22มี.ค.) โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงจากสนามมวยซึ่งถือเป็นกลุ่มใหญ่ครบกำหนดการกักตัว 14 วันแล้ว
นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ประชุมตอนหนึ่ง ยืนยันว่าวันนี้ในการประชุมคณะกรรมการคุมการระบาดฯ ไม่มีการหารือถึงการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์
ขณะที่ ดร. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงก่อนเริ่มประชุมฯที่ศูนย์แถลงข่าวโควิด ทำเนียบรัฐบาล ระบุตอนหนึ่งว่า นายกรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการยกระดับมาตรการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน สอดคล้องกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ โดยให้ยาเบาจนกระทั่งเป็นยาแรง
"หากมีความจำเป็นก็จะใช้ยาแรงมากกว่านี้ โดยนายกรัฐมนตรีพร้อมตัดสินใจใช้มาตรการที่เข้มข้นสูงสุด โดยจะรับข้อมูลรอบด้านเพื่อพิจารณาประกอบการตัดสินใจ"






