
จีนพัฒนาวัคซีนคืบหน้า เตรียมผลิตสยบโควิด-19
นับเป็นข่าวดีท่ามกลางข่าวการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19” ที่ลุกลามไปในกว่า 160 ประเทศทั่วโลกอย่างรวดเร็วทำให้ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกในขณะนี้ทะลุระดับ 200,000 รายแล้ว นั่นคือข่าวความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนป้องกันและต้านไวรัสดังกล่าว แม้การพัฒนายังอยู่ในขั้นของการทดลองใช้ในกลุ่มอาสาสมัครแต่การนำมาใช้จริงก็ใกล้เข้ามาทุกขณะ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ทีมวิจัยของกองทัพจีนประกาศความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนที่มีความปลอดภัยได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพ ขณะนี้อยู่ในขั้นเตรียมพร้อมเพื่อการผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก
คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) แถลงว่า ในช่วงไม่กี่วันมานี้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันในจีน ลดลงมาเป็นลำดับ รวมทั้งจำนวนผู้ป่วยอาการรุนแรงก็มีการปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เป็นเครื่องบ่งบอกอย่างหนึ่งว่าวิธีการรักษาของจีนนั้นได้ผลดี จำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายและได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ ก็มีจำนวนมากถึง 67,749 ราย
นอกจากการวิจัยและพัฒนาวัคซีนโดยทีมแพทย์ของกองทัพจีนแล้ว ในส่วนของภาคเอกชนก็มีความคืบหน้าเช่นกัน โดยบริษัทโฟซัน ฟาร์มาฯ (Fosun Pharma) เอกชนของจีน สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ ได้ร่วมมือกับบริษัท ไบโอเอ็นเทคฯ (BioNTech) จากเยอรมนี จะร่วมกันพัฒนาและจำหน่ายวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ในประเทศจีน โดยวัคซีนดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยี mRNA ของบริษัทไบโอเอ็นเทคฯ ผนวกเข้ากับขีดความสามารถของโฟซัน ฟาร์มา ที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและทำตลาด
ขณะเดียวกันในสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา (16 มี.ค.) อาสาสมัคร 4 คนแรกได้เข้ารับการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่มีชื่อว่า “mRNA 1273” ที่สถาบันวิจัย ไคเซอร์ เพอร์มาเนนต์ วอชิงตัน ในนครซีแอตเติล วัคซีนดังกล่าวผลิตโดยบริษัทโมเดอร์นาฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านไบโอเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ร่วมกับสถาบันภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ
การทดสอบดังกล่าวจะให้วัคซีนแก่อาสาสมัครที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุระหว่าง 18-55 ปีรวม 45 คนจำนวน 2 โดส โดยให้วัคซีนครั้งแรกและครั้งที่ 2 ห่างกัน 28 วัน เป้าหมายของการทดสอบจะมุ่งศึกษาความปลอดภัยของวัคซีนและประสิทธิภาพในการต้านไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้จะตรวจสอบผลข้างเคียงของวัคซีนต่ออาสาสมัครและดูว่าวัคซีนช่วยกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันเพื่อยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสและป้องกันไม่ให้เกิดอาการป่วยได้หรือไม่ หลังจากนั้นจะมีการติดตามผลในอาสาสมัครในระยะเวลา 12 เดือนหลังการฉีดวัคซีนโดสที่ 2 ซึ่งปกติแล้ววัคซีนต้านไวรัสมักผลิตจากเชื้อไวรัสที่ตายแล้วหรือทำให้อ่อนแอลง แต่วัคซีน mRNA-1273 ไม่ได้ผลิตจากไวรัสก่อโรคโควิด-19 จึงไม่มีความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ได้รับวัคซีนป่วยเป็นโควิด-19 แต่วัคซีนนี้ใช้บางส่วนของรหัสพันธุกรรม ที่คัดลอกมาจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ผลิตขึ้นในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์
หากการทดสอบวัคซีนได้ผลดี นักวิจัยคาดว่าอาจใช้เวลา 12-18 เดือนจึงจะผลิตวัคซีนออกมาใช้จริงได้
หน้า 23 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,559 วันที่ 22 - 25 มีนาคม พ.ศ. 2563






