
หมอทวี เปิดใจคุมระบาดโควิด "เจ็บแต่ไม่จบ"
หมอทวี เปิดใจคุมระบาดโควิดเจ็บแต่ไม่จบ
ในสถานการณ์ที่โรคโควิด-19 กําลังระบาดไปทั่วทุกมุมโลก รวมถึง “ประเทศไทย” ที่ขณะนี้ มีรายงานผู้ติดเชื้อกว่า 200 คนแล้ว แม้รัฐบาลจะออกมาตรการต่างๆ เพื่อรับมือกับโรคโควิด- 19 ไม่ว่าจะเป็น มาตรการรับมือของสถานพยาบาลและโรงพยาบาล การเตรียมเวชภัณฑ์ เจล หน้ากากอนามัย การชี้แจงข้อมูลข่าวสาร การประสานงานกับต่างประเทศ มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยเลื่อนวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงการปิดสถานที่ที่เป็นแหล่งรวมตัวกันชั่วคราว การให้พนักงานทํางานจากที่บ้าน การเยียวยาผู้ประกอบการ ฯลฯ แน่นอนว่าเหล่านี้เป็นไปเพื่อการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 ขณะเดียวกันก็เป็นการประคับประคอง เพื่อยืดระยะเวลาการเข้าสู่ระยะที่ 3 ออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ขณะที่หลายคนกําลังตั้งความหวังว่า “สักวัน” สงครามโควิด-19 จะจบลงในเร็ววัน รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ และเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการแพทย์ที่ทํางานเกี่ยวกับโรคติดเชื้อมาตลอดชีวิต ได้ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ พร้อมรับมืออย่างเท่าทันกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในสังคมไทย ในที่ประชุมปรับแผนการดําเนินงาน ประจําปี 2563 ของสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 นําโดย นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่ระดมกําลังเจ้าหน้าที่หารือปรับแผนการดําเนินงานภายใต้สถานการณ์โควิด-19
เตรียมเข้าสู่ระยะที่ 3 ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกําลังเข้าสู่ระยะพุ่งพรวดแล้ว นั่นหมายถึง การเข้าสู่ ระยะที่ 3 เนื่องจากการสกรีนทางการแพทย์มีความยากมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะก่อนหน้านี้จะเน้นสกรีนที่เกี่ยวข้องกับจีน แต่ตอนนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายๆ อย่างในวงกว้าง เช่น สนามมวย ผับ สถานที่ต่างๆ
“ไม่มีครั้งไหนที่โรคระบาดจะไปไกลแบบนี้ ปกติมันเกิดขึ้นเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นเอง แต่ครั้งนี้มันไปเร็วกว่าที่คาดไว้เยอะมากและจะอยู่ไปอีกนานหลายเดือน อย่างน้อยต้องกินเวลาอีก 1 ปี อยู่ที่ว่าช่วงไหนจะหนัก ช่วงไหนจะเบา หรือจนกว่าจะมีวัคซีนขึ้นมา ซึ่งเร็วสุดที่จะมีวัคซีนออกมา น่าจะใช้ระยะเวลาอีก 6-8 เดือน”
แบบไหนเรียกว่า “ระยะที่ 3”
ช่วงเวลาที่ประเทศไทยยังอยู่ในระยะที่ 2 หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วสถานการณ์แบบไหนระยะที่ 3 หรือ เฟส 3 รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี อธิบายว่า การแพร่กระจายเชื้อโควิดในระยะที่ 3 นั้น ขึ้นอยู่กับการกระจายในวงกว้างขวางมากและรวดเร็วขึ้น ตอนนี้ยังไม่เข้าเฟส 3 แต่ต้องเตรียมตัว ภายใต้ 3 หลัก คือ
คน - ความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ ของ- เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และสถานที่ การหาสถานที่ให้เพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วย
เจ็บแต่(ไม่)จบ
ปัจจุบัน(19 มี.ค.63)จีนมีผู้ป่วยโรคโควิดรายใหม่เพียง 21 คนเท่านั้น นโยบายของจีนเปลี่ยนไป ขณะที่ประเทศไทยจํานวนผู้ป่วยโควิดอยู่ที่กว่า 200 คน การจะจบสงครามครั้งนี้อาจต้อง "สร้างภูมิคุ้มกันหมู่” เมื่อมีคนติดเชื้อประมาณ 60% หรือประมาณ 40 ล้านคน ซึ่งแน่นอนว่าใน 40 ล้านคนนี้ต้องมีคนที่เสียชีวิตเป็นหลักแสน นั่นก็หมายความว่า คงไม่มีใครที่จะรับได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น รศ.(พิเศษ)
นพ.ทวี กล่าวว่า สิ่งที่ทําได้ตอนนี้คือการดูแลรักษาหรือการคัดกรอง ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ โดยต้องมีคู่มือ แนวทางฉบับที่สามารถใช้ได้ทุกระดับ “ใคร” คือคนที่ไวรัสชอบ
รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี บอกว่า เชื้อพวกนี้ไม่ได้ร้ายแรง แต่เมื่อไรที่จู่โจมคนที่มีโรคประจําตัว หรือผู้สูงอายุ ก็จะร้ายแรงทันที สังเกตได้ว่าที่ผ่านมายังไม่ค่อยพบประวัติผู้ติดเชื้อในเด็ก ดังนั้นคนที่มีอายุน้อยก็จะมีภูมิคุ้มกันทําให้ป่วยน้อย อยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง ดังนั้น จึงจําเป็นต้องช่วยกันดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวเป็นพิเศษ ส่วนใครที่ไม่มีอาการก็ไม่จําเป็นต้องไปตรวจ ซึ่งอาการทางคลินิกของโรค ระยะฟักตัวจะอยู่ที่ 2-14 วัน พบว่า 80% ของผู้ป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดา 15% ของผู้ป่วยเป็นปอดอักเสบรุนแรงแตกต่างกัน 3-5% ของผู้ป่วยเป็นโรครุนแรงมาก ต้องดูแลใน ICU
อัตราการตาย 1-59% เฉลี่ยประมาณ 2% อย่างไรก็ตาม รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี บอกว่า การจะช่วยหยุดแพร่เชื้อได้ ต้องทําให้ค่าอาร์-ศูนย์ (RO : Basic Reproductive Number) ต่ำกว่า 1 ซึ่งประเทศไทยขณะนี้ (19 มี.ค.63) ค่าเฉลี่ยที่ผู้ป่วย 1 คนจะแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ประมาณ 2.6 คน วิธีที่จะทําให้ค่า RO ลดลงนั้นก็คือ การหยุดเคลื่อนไหวในกลุ่มคนหมู่มาก
“ใส่หน้ากาก” มีประโยชน์จริงหรือไม่
เชื่อว่าคนจํานวนไม่น้อยกําลังประสบปัญหาในการหาหน้ากากมาสวมใส่เพื่อป้องกันตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี แนะว่า ควรใส่หน้ากากเมื่ออยู่ในบริเวณผู้คนแออัดเกิน 50 คน ซึ่งจะมีโอกาสติดเชื้อสูง และหากทําได้จะมีประโยชน์มากขึ้น ต้องทำควบคู่กับการล้างมือด้วยสบู่หรือเจลด้วย ส่วนหน้ากาก N95 เหมาะสําหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ทั้งนี้ มีงานวิจัยทดลองในหนู 20 ตัว พบว่าหนูที่ใส่หน้ากาก ติดเชื้อ 8 ตัว ส่วนหนูที่ไม่ใส่หน้า ติดเชื้อทุกตัว ในวิกฤติมี
“โอกาส”
รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี กล่าวว่า แม้ในสถานการณ์โรคระบาดที่สร้างความสูญเสียทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต สูญเสียอาชีพ รายได้ ผลกระทบต่อครอบครัว เศรษฐกิจ สังคม ผู้คนต้องเครียด เศร้า เหนื่อยล้า สิ้นหวังแล้ว แต่หากมองในแง่ดีก็ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่งและเป็นโอกาสที่ทําให้คนไทยได้ประสบการณ์การต่อสู้มากขึ้น เกิดความร่วมมือร่วมใจ ความเห็นอกเห็นใจ มีวินัย ครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากัน และมีนิสัยอนามัยส่วนตัวมากขึ้น
“สิ่งสําคัญที่ผมอยากจะฝาก สช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ การทําให้คนไทยไม่หวาดกลัว หรือวิตกกังวล ด้วยการสร้าง “ความไว้ใจ” ช่วยกันทําให้ทุกคนมีวินัย เสียสละ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน” รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี กล่าวทิ้งท้าย
ในวันที่พวกเราทุกคนต้อง “ต่อสู้” กับ “โควิด-19” สนามรบนี้ทุกคนต่างเจ็บด้วยกัน หวังว่า สุดท้ายแล้ว เราก็จะ “จบ” ด้วยชัยชนะจากความร่วมมือร่วมใจของทุกคน...สู้ๆ






