thansettakij
thansettakij
สหรัฐฯระงับให้บริการวีซ่าในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

สหรัฐฯระงับให้บริการวีซ่าในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

19 มี.ค. 63 | 11:45 น.

 

เว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเกาหลีใต้และญี่ปุ่นออกประกาศวันนี้ (19 มี.ค.) ระงับการให้บริการวีซ่า หลังจากที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯมีคำสั่งให้ระงับการให้บริการวีซ่าในกลุ่มประเทศที่มีการแจ้งเตือนด้านการเดินทางซึ่งรวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19”

  สหรัฐฯระงับให้บริการวีซ่าในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19         

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้มีขึ้น หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯเพิ่มความพยายามที่จะชะลอการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่า ความพยายามดังกล่าวเป็นการทำสงครามต่อต้าน “ไวรัสจีน" และเขามองตัวเองว่าเป็น "ประธานาธิบดีในยุคสงคราม"

 

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำกรุงโตเกียว และสถานกงสุลสหรัฐฯในญี่ปุ่นทั้งหมด จะระงับการให้บริการทำวีซ่าเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันนี้ (19 มี.ค.) เป็นต้นไป แต่ยังคงเปิดให้บริการสำหรับชาวอเมริกัน รวมถึงการยื่นขอวีซ่าแบบที่ไม่ต้องมีการสัมภาษณ์เป็นรายบุคคล
 

สหรัฐฯระงับให้บริการวีซ่าในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

ด้านสถานทูตสหรัฐฯในเกาหลีใต้ระบุในแถลงการณ์ว่า การตัดสินใจดังกล่าวของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ มีขึ้นวานนี้ (18 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น) เป็นไปเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจะมีผลบังคับใช้กับ “ทุกประเทศที่ได้รับคำแนะนำเรื่องการเดินทางที่สูงกว่าระดับ 1 ขึ้นไป”

 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯยอมรับว่า มาตรการดังกล่าวนี้มีผลกับเกือบจะทุกประเทศทั่วโลกที่สหรัฐฯมีสถานทูตหรือสถานกงสุลอยู่ เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้ลุกลามไปทั่ว และจะส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้านๆ ทั้งนี้แถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ไม่ได้ระบุรายชื่อประเทศและไม่ได้ระบุด้วยว่ามีกี่ประเทศที่สหรัฐฯยกเลิกการให้บริการวีซ่าเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม มีสถานทูตสหรัฐฯในมากกว่า 6 ประเทศแล้วซึ่งรวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ แอฟริกาใต้ เยอรมนี และสเปน ที่ออกประกาศผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสถานทูตว่า จะลดการทำงานหรือยกเลิกการทำงานของแผนกวีซ่าเป็นการชั่วคราว

 

“สถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯในประเทศเหล่านี้ จะยกเลิกการนัดสัมภาษณ์เพื่อการขอทำวีซ่าทั้งหมด เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563” อย่างไรก็ตาม ทางสถานทูตจะยังคงมีบริการทำวีซ่ากรณีฉุกเฉิน (emergency visa services) และบริการทำวีซ่าแก่ผู้ที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ

 

ทั้งนี้ การระงับบริการวีซ่าดังกล่าวเป็นมาตรการชั่วคราวที่ยังไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาให้บริการได้เมื่อไหร่ “ทางสถานทูตจะกลับมาให้บริการให้ได้เร็วที่สุด แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดวันที่ได้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังระบุด้วยว่า มาตรการนี้ไม่มีผลต่อประเทศที่อยู่ในโปรแกรม VWP (Visa Waiver Program) ที่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯเพื่อการท่องเที่ยวหรือธุรกิจเป็นเวลา 90 วันหรือน้อยกว่านั้นโดยไม่ต้องขอวีซ่าอยู่แล้ว

 

สหรัฐฯมีสถานทูตและสถานกงสุลในมากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก ในปี 2562 มีการออกวีซ่าทั้งประเภทผู้ที่อยู่ถาวรและมาอยู่ชั่วคราว มากกว่า 9.2 ล้านครั้ง