
ทรัมป์จัดหนัก เตรียมงบฯ ล้านล้านดอลล์แจกเงินสู้ไวรัส
รัฐบาลสหรัฐฯประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่สู้ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยมาตรการดังกล่าวรวมถึงการแจกเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับชาวอเมริกันทุกคนภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า
นายสตีเว่น มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เป็นผู้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ( 17 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น) โดยเขาเปิดเผยว่า เป็นความประสงค์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะแจกเงินให้กับประชาชนที่กำลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19” กันทั่วหน้า โดยขณะนี้จำนวนเงินที่จะแจกคนละเท่าไหร่นั้นยังไม่ระบุชัดเจนเพราะยังต้องมีการหารือกับฝ่ายนิติบัญญัติในรัฐสภา แต่รายละเอียดที่สามารถบอกได้ก็คือ การแจกเงินอาจเป็นการส่งเช็คเงินสดให้ประชาชนถึงบ้าน มีการตั้งวงเงินเพื่อการนี้ระหว่าง 8.5 แสนล้านถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 27.2 ล้านล้าน-32 ล้านล้านบาท) วอชิงตัน โพสต์ สื่อท้องถิ่นของสหรัฐฯระบุว่า นี่อาจเป็นงบฉุกเฉินก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯจะนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯเปิดเผยถึงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจฉุกเฉินนี้หลังจากที่เขาเข้าหารือกับวุฒิสมาชิกฝ่ายพรรครีพับลิกัน มนูชินย้ำว่า รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการเร่งด่วนมากระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่เช่นนั้น อาจได้เห็นผลลัพธ์ที่ไม่มีใครอยากเห็น เช่นอัตราการว่างงานที่พุ่งทะยานจากระดับ 3.5% ในเดือนกุมภาพันธ์สู่ระดับ 20% “ตอนนี้ชาวอเมริกันต้องการเงินสด และคำว่าตอนนี้ของผมหมายถึง 2 สัปดาห์ข้างหน้า” มนูชินกล่าว
เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐฯแตะระดับ 100 คนแล้ว ทั้งยังมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 คนภายใน 24 ชั่วโมง เป็นอัตราเพิ่มมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว ค้าปลีก โรงแรมและสายการบิน ยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือเร่งด่วนจากภาครัฐฯ เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างหนักและจำเป็นต้องปลดพนักงงานไม่เว้นแต่ละวันเพื่อลดภาระต้นทุน
นอกเหนือจากแผนแจกเงินสดแก่ประชาชนแล้ว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสู้ไวรัสที่รัฐบาลสหรัฐฯกำลังหารือและเตรียมนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาคองเกรส ยังประกอบด้วย แผนช่วยเหลือธุรกิจ SMEs และอุตสาหกรรมการบิน แผนเลื่อนการจ่ายภาษีให้แก่บริษัทและภาคประชาชนเป็นเวลา 90 วัน นายมนูชิน ระบุว่าภาคธุรกิจสามารถเลื่อนการชำระภาษีเป็นจำนวนเงินมากถึง 10 ล้านดอลลาร์ ส่วนบุคคลธรรมดาสามารถเลื่อนการชำระภาษีเป็นจำนวนเงิน 1 ล้านดอลลาร์ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้อนุมัติให้มีการเลื่อนการชำระภาษีให้แก่กรมสรรพากรสหรัฐฯ คิดเป็นวงเงินรวม 3 แสนล้านดอลลาร์
ในส่วนของแผนแจกเงินสดนั้น สื่อท้องถิ่นสหรัฐฯระบุว่า ในการหารือระหว่างนายมนูชินกับสมาชิกสภาฯ ซึ่งรวมถึงนายมิตต์ รอมนีย์ วุฒิสมาชิกจากรัฐยูทาห์ พรรครีพับลิกัน พวกเขาเห็นว่าน่าจะแจกเงินให้ประชาชนคนละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 32,000 บาท) แต่ยังไม่ได้ตกลงแน่ชัดในเรื่องนี้ ข่าวยังระบุว่า ในวงเงินของงบกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนใหม่ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯนี้ จะจัดสรรไปช่วยเหลืออุตสาหกรรมการบินประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.6 ล้านล้านบาท
บริษัทโบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องินรายใหญ่ของสหรัฐฯ ออกมาแสดงท่าทีสนับสนุนความเคลื่อนไหวดังกล่าวของภาครัฐฯ โดยแถลงการณ์ของโบอิ้งระบุว่า "เรารู้สึกซาบซึ้งใจที่ท่านประธานาธิบดีและคณะทำงานของรัฐบาลสหรัฐฯสนับสนุนการจ้างงาน 2.5 ล้านตำแหน่งและซัพพลายเออร์จำนวน 17,000 รายที่โบอิ้งจำเป็นต้องพึ่งพาเพื่อรักษาสถานะการเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของสหรัฐฯ”






