
สิ้นพ.ค. แอร์ไลน์โลกกอดคอสิ้นใจ
CAPA-Center for Aviation บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาอุตสาหกรรมการบิน-การท่องเที่ยวโลก ประเมินสถานการณ์ในแวดวงการบินที่กำลังได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19” ที่ลุกลามไปทั่วโลกและส่งผลให้หลายประเทศประกาศมาตรการตั้งแต่ควบคุมพื้นที่ ปิดกั้นและคัดกรองการเดินทางเข้า-ออก จนถึงการปิดประเทศเพื่อจำกัดการแพร่ระบาดระบาดของไวรัส ทำให้การเดินทางทางอากาศลดวูบลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน CAPA คาดการณ์ว่าท่ามกลางบริบทดังกล่าว สายการบิน “ส่วนใหญ่”จะประสบกับภาวะล้มละลายภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ เว้นเสียแต่ว่าทั้งอุตสาหกรรมและภาครัฐจะผนึกกำลังกันฉุดรั้งสายการบินเหล่านี้ออกจากหายนะที่กำลังรออยู่
CAPA เผยว่าผลกระทบจากโรคระบาดที่ขยายวงกว้างขึ้นประกอบกับมาตรการที่รัฐบาลประเทศต่างๆนำมาใช้จำกัดการเดินทางของผู้คน ทำให้สายการบินหลายแห่งอาจจะเข้าสู่ภาวะล้มละลายแล้วทางเทคนิค หรือบางรายแม้ยังดำเนินการอยู่ได้แต่ก็ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ หรือชำระหนี้ที่มีอยู่ได้ตามกำหนด สภาพคล่องเงินสดเหือดหายอย่างรวดเร็วขณะที่จำเป็นต้องลดจำนวนเที่ยวบินและนำเครื่องบินลงจอดทิ้งไว้เฉยๆ ส่วนเครื่องบินที่ยังให้บริการอยู่ก็มีผู้โดยสารไม่ถึงครึ่งลำ
ความต้องการเดินทางหายวับไปอย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และยังไม่เห็นเค้าลางว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติได้เมื่อไหร่
ความล้มเหลวในการประสานความร่วมมือของภาครัฐฯ
รัฐบาลประเทศต่างๆที่ได้รับผลกระทบต่างก็ต้องเผชิญกับภารกิจเฉพาะหน้าและความท้าทายด้านระบบสาธารณสุข การควบคุมและป้องกันโรคระบาด ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้จึงเห็นได้ชัดว่า ต่างก็จำเป็นต้องเอาตัวให้รอดก่อน เรื่องของการประสานความร่วมมือจึงไม่ได้อยู่ในความสนใจอันดับต้นๆ
แต่ละประเทศต่างดำเนินมาตรการที่ดีที่สุดสำหรับผลประโยชน์ของตนเอง โดยไม่ได้คำนึงถึงประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศคู่ค้ามากเท่าใดนัก ยกตัวอย่างเช่นกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาประกาศห้ามผู้เดินทางจากประเทศยุโรปส่วนใหญ่เข้าสหรัฐฯนั้น ผู้นำสหรัฐฯไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้าไปยังรัฐบาลประเทศในยุโรป หรือแม้แต่ปรึกษาหารือแต่อย่างใด ภัยที่กำลังคุกคามอุตสาหกรรมการบินโลกก็เป็นลักษณะเดียวกันนี้ คือ ผลประโยชน์ตนมาก่อน ความร่วมมือเอาไว้ทีหลัง
CAPA ระบุว่า การแก้ไขปัญหาให้อุตสาหกรรมการบินในการฝ่าวิกฤติไวรัสแพร่ระบาดครั้งนี้ ส่วนใหญ่จึงยังคงเป็นเรื่องที่แต่ละประเทศต่างคนต่างแก้กันไป ไม่มีบูรณาการร่วมกัน ไม่มีการประสานความร่วมมือ และหารือกันน้อยมาก แนวทางการแก้ปัญหาส่วนใหญ่จึงเป็นในลักษณะการระดมทุนมาซื้อหรือมา “อุ้ม” กิจการสายการบินแห่งชาติบางรายให้คงอยู่ต่อไป สายการบินหลัก ๆในสหรัฐฯต่างพยายามวิ่งเต้นล๊อบบี้ขอเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ขณะที่สายการบินส่วนใหญ่ในจีนได้รับความสนับสนุนทางการเงินจากภาครัฐอยู่แล้ว
รายงานการวิจัยของ CAPA ประเมินสถานการณ์ในอนาคตของแวดวงการบินว่า หากนานาประเทศล้มเหลวในการประสานความร่วมมือฝ่าปัญหาต่างๆไปด้วยกัน ก็เป็นไปได้ว่า บรรยากาศดังกล่าวจะนำไปสู่การตั้งกำแพงป้องกันตนเองและขณะเดียวกันการแข่งขันก็จะน้อยลง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : อียู-สหรัฐฯ ยอมระงับกฎ ‘80/20’ช่วยแอร์ไลน์ ลด‘เที่ยวบินเปล่า’ว่อนน่านฟ้า






